Chinese (Simplified)Chinese (Traditional)EnglishFrenchJapaneseRussianThai


ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในฝัน

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในเซี่ยงไฮ้ Shanghai จีน

เที่ยวเซี่ยงไฮ้ ถ้าถามว่าจะเที่ยวจีนครั้งแรกควรไปเยือนเมืองไหนก่อนดี หญิงปุ๊กขอแนะนำเซี่ยงไฮ้เลยค่า เพราะเป็นมหานครที่เจริญที่สุดของจีน เดินทางสะดวก ปลอดภัย มีระบบขนส่งมวลชนทั่วเมือง ปลอดภัย และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นตึกสวยๆ สไตล์ยุโรป ถนนสายช้อปปิ้ง วัดเก่าแก่ ธรรมชาติ และล่าสุดก็มีสวนสนุกระดับโลกอย่างดิสนีย์แลนด์มาเปิด เซี่ยงไฮ้จึงเป็นอีกหนึ่งแห่งที่คนไทยนิยมมาเที่ยวกันมากที่สุดเลยค่ะ

 

เที่ยวเดอะบันด์ (The Bund)

เดอะบันด์ หรือหาดไว่ทาน (Waitan) จัดว่าเป็นไฮไลท์สำคัญในการมาเยือนเซี่ยงไฮ้เลยก็ว่าได้ มีชื่อเป็นหาดก็จริง แต่ที่นี่ไม่ใช่ชายทะเลนะคะ เป็นทางเดินเลียบแม่น้ำแสนโรแมนติก มีความยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร รอบๆ เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปอันงดงาม และอาคารบ้านเรือนเก่าแก่กว่าร้อยปี ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยมมากๆ จึงได้ฉายาว่าเป็นปารีสแห่งตะวันออก ที่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็สวยไปหมด *0* ตึกนั้นก็งาม ตึกนี้ก็เลิศ อู๊ยยย กดชัตเตอร์กันรัวๆ เลยจ้า

นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรมของเซี่ยงไฮ้ เป็นที่ตั้งของสถานทูตแต่ละประเทศ ธนาคาร โรงแรม สำนักหนังสือพิมพ์ และบริษัทใหญ่ๆ รวมถึงร้านอาหารภัตตาคารหรูหราและสินค้าแบรนด์เนมมากมาย และที่นี่ยังใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์อันโด่งดังเรื่องเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้อีกด้วยนะค้า จึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อหาดเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้นั่นเอง

พอเริ่มค่ำก็จะมีการเปิดไฟตามตึกต่างๆ แสงไฟสะท้อนไปทั่ว บวกกับวิวของแม่น้ำ ขอบอกว่าสวยมากกกกกก ถ้าไม่เกรงใจจะพิมพ์ ก.ไก่ให้ยาวกว่านี้อีกนะคะเนี่ย อิอิ ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเซี่ยงไฮ้เลยค่ะ ใครไม่ได้มาที่นี่ถือว่าพลาดมาก!

 

เที่ยวหอไข่มุก (The Oriental Pearl Tower)

หอไข่มุก หรือเรียกเต็มๆ ว่า หอไข่มุกตะวันออก เป็นหนึ่งในหอส่งสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์ที่สูงที่สุดในโลก มีความสูงเกือบ 428 เมตร ตั้งอยู่ในย่านผู่ตง (Pudong) ริมแม่น้ำหวงผู่ (Huangpu River) สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1994 ปัจจุบันจัดว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซี่ยงไฮ้เลยล่ะค่ะ รูปทรงของหอก็เก๋ไก๋แปลกตามาก เป็นเหมือนไข่มุกจำนวน 3 เม็ด เรียงกันขึ้นไปด้านบน ผสมผสานความงามแบบโลกอนาคตกับความเป็นจีนโบราณได้อย่างลงตัว

ภายในมีทั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของเมืองเซี่ยงไฮ้ เมืองจำลองโลกอนาคต เมืองวิทยาศาสตร์แฟนตาซี สถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ โซนเกมส์ต่างๆ ร้านขายของที่ระลึก โรงแรม และร้านอาหารสุดหรูที่หมุนรอบตัวเองได้ ทานอาหารไป ชมวิวรอบๆ ไป ฟินเว่อออร์

ชั้นบนสุดก็มีระเบียงที่สามารถชมวิวสวยๆ ได้แบบ 360 องศา สำหรับคนที่ชอบความเสียววว ที่นี่มีระเบียงแบบพื้นกระจกใส ที่พอไปยืนแล้วขาก็จะสั่นๆ หน่อย >,< มองเห็นวิวข้างล่างแบบชัดแจ๋ว เหมือนเราลอยอยู่บนอากาศเหนือตัวเมืองเลยค่ะ

ในตอนกลางคืนที่หอไข่มุกจะมีการเปิดไฟประดับ โดยไฟที่ไข่มุกจะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี จากจุดนี้จะมองเห็นความงามของหาดเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ที่อยู่ริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามได้ด้วยนะคะ การล่องเรือในแม่น้ำหวงผู่เพื่อชมความงดงามของที่นี่ก็เป็นอีกกิจกรรมที่น่าสนใจไม่น้อยเลยค่า

 

เที่ยวตึก Shanghai World Financial Center

ตึก Shanghai World Financial Center ตัวย่อคือ SWFC เป็นอีกสถานที่ยอดนิยมในการมาชมวิวสวยๆ ของเมืองเซี่ยงไฮ้ค่า มีความสูงเกือบ 500 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับสามของโลก! สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 2008 ลักษณะเด่นก็คือ ตรงยอดตึกจะเป็นช่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ รูปร่างเหมือนที่เปิดขวดเลยค่ะ ทำให้คนทั่วไปเรียกกันว่าเป็นตึกที่เปิดขวดนั่นเอง นอกจากนี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันแผ่นดินไหว และลดแรงปะทะของลมที่จะสั่นสะเทือนต่อตัวตึก มีระบบป้องกันไฟ และระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆ รับรองว่าปลอดภัยหายห่วงจ้า

ภายในตึกประกอบด้วยโรงแรมหรู สำนักงาน ห้องประชุม ห้างสรรพสินค้า ร้านขายของที่ระลึก ภัตตาคาร และบาร์เล็กๆ ให้สั่งเครื่องดื่มและนั่งชมวิวได้ด้วย โดยมีทั้งหมด 101 ชั้น เปิดให้เข้าชมชั้นที่ 94, 97 และชั้น 100 ซึ่งเป็นจุดชมวิวค่ะ แนะนำให้ไปตอนเย็นๆ นะคะ เพราะนอกจากจะได้ชมความงดงามของพระอาทิตย์ตกแล้ว ช่วงหัวค่ำเราจะได้เห็นแสงสีจากไฟของตึกอื่นๆ กับวิวเมืองเซี่ยงไฮ้และแม่น้ำหวงผู่ที่ยาวสุดลูกหูลูกตา และยังสามารถมองเห็นหอไข่มุกแลนด์มาร์คของเซี่ยงไฮ้ได้อีกด้วยค่า

 

เที่ยวสวนอี้หยวน (Yuyuan Garden)

สวนอี้หยวน (Yuyuan Garden) หรืออีกชื่อคือ Yu Garden เป็นสวนขนาดใหญ่พื้นที่ถึง 20,000 ตารางเมตร มีอายุมากกว่า 400 ปี โดยเศรษฐีคนหนึ่งได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักผ่อนให้แก่พ่อและแม่ของเขา และใช้เวลาในการสร้างยาวนานถึง 18 ปีเลยทีเดียวค่ะ

สวนแห่งนี้ได้แบ่งเป็นสองส่วนคือ สวนชั้นนอกและสวนชั้นใน สวนชั้นนอกจะเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่คึกคักมาก มีตรอกซอกซอยมากมาย เต็มไปด้วยร้านค้าที่ตกแต่งแบบเก๋งจีน มีทั้งร้านอาหาร ร้านขนม โรงน้ำชา ร้านขายของที่ระลึกที่เป็นงานฝีมือของคนจีน เครื่องสำอาง เสื้อผ้า ร้าน H&M และ Starbucks ก็มีนะจ๊า เรียกได้ว่าถูกใจขาช้อปอย่างแน่นอน ทุกร้านถูกดีไซน์เป็นตึกจีน ร้านที่สร้างขึ้นมาใหม่ก็จะออกแบบให้สอดคล้องกันหมด ดูเเล้วกลมกลืนสวยงามมากค่ะ

ต่อมาเป็นสวนชั้นในที่ล้อมรอบด้วยกำแพงมังกร พอหลุดประตูเข้ามาเเล้วรู้สึกเหมือนอยู่คนละโลกกับเมื่อกี้เลยค่ะ ด้านนอกคนยังเยอะเสียงดังอยู่เลย แต่ด้านในนั้นเงียบ สงบ บรรยากาศดีสุดๆ เต็มไปด้วยต้นไม้อายุนับร้อยปี มีสะพานไม้ สระน้ำ สวนไผ่ บ่อปลาคาร์พ สิ่งปลูกสร้างและสถาปัตยกรรมจีนมากมาย ทั้งบ้านเรือนที่เป็นทรงเก๋งจีน ศาลาสมัยราชวงศ์หมิงที่นำเสนองานแกะสลักอันประณีตงดงาม เดินเหนื่อยๆ ก็มีจุดนั่งพักเป็นระยะๆ

เพราะบรรยากาศอันร่มรื่นน่าพักผ่อนนี้เองค่ะ จึงได้ตั้งชื่อสวนแห่งนี้ว่า Yu Yuan ซึ่งความหมายว่า สวนแห่งความสำราญใจ ใครที่ได้มาสัมผัสสวนนี้ก็จะได้รับความอิ่มเอมใจกลับบ้านไปด้วยนั่นเองค่า

 

เมืองน้ำโบราณจูเจียเจี่ยว (Zhujiajiao)

ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นเวนิสแห่งตะวันออก เนื่องจากเป็นชุมชนโบราณอายุกว่า 1,700 ปี ตั้งอยู่ริมน้ำ มีคลองเล็กๆ ไหลผ่านเมืองและใช้ในการสัญจรไปมา ปัจจุบันถึงจะมีความเจริญอยู่รอบด้าน ผู้คนที่นี่ก็ยังใช้ชีวิตและความเป็นอยู่แบบดั้งเดิมอยู่ค่ะ สิ่งก่อสร้างทั้งหมดก็ได้รับการรักษาไว้อย่างดี ทั้งบ้านเก่าและสะพานหิน Fang Sheng Bridge สร้างขึ้นในช่วงราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองน้ำแห่งนี้

บรรยากาศรอบๆ มีทั้งร้านค้าและร้านอาหารตลอดสองฝั่งคลอง รวมถึงตามตรอกซอกซอยต่างๆ ซึ่งร้านค้าที่นี่ก็ตกแต่งได้น่ารักสุดๆ สินค้ามีให้เลือกช้อปกันเพลิน มีทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า ของที่ระลึกแบบจีน สินค้างานแฮนด์เมด ภาพวาด เครื่องนุ่งห่มไหมจีน ดาบจีนแบบโบราณ เครื่องดนตรีโบราณ ร้านกาแฟ ร้านอาหารริมน้ำ ซึ่งขอบอกว่าของกินและร้านขนมเยอะมากกก เมนูเด็ดของที่นี่ก็คือขาหมูค่ะ มีขายกันตลอดทางเลยทีเดียว เนื่องจากตัวเมืองไม่ได้ใหญ่มาก จึงสามารถเต็มที่กับการเดินชมบรรยากาศอันร่มรื่นและเงียบสงบไปเรื่อยๆ

และถ้าถึงเมืองน้ำโบราณทั้งที ไม่ได้นั่งเรือเที่ยวก็เหมือนมาไม่ถึงใช่ม้า เราสามารถนั่งเรือชมบรรยากาศรอบๆ ได้นะคะ วิวดี อากาศดีมากก ชมความน่ารักของเมืองได้ตลอดสองฝั่ง เหมาะแก่การถ่ายรุปสุดๆ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที แต่ประทับใจไปตลอดเลยนะคะ อิอิ

 

ถนนหนานจิง (Nanjing Road)

ถนนหนานจิง หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า นานกิง เป็นย่านช้อปปิ้งที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้เลยค่า แถมยังมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าร้อยปี ครอบคลุมพื้นที่ใจกลางเซี่ยงไฮ้ถึง 5 กิโลเมตร นักช้อปเตรียมตัวเตรียมใจและเตรียมเงินในกระเป๋าไว้ให้ดีๆ เพราะที่นี่คือแดนสวรรค์ของคุณ~ >,<

ในอดีตหนานจิงเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ถึง 10 ราชวงศ์ ที่นี่จึงเต็มไปด้วยโบราณสถานที่สะท้อนความเป็นมาและความรุ่งเรืองในอดีต และยังเคยถูกอังกฤษใช้เป็นท่าเรือนานาชาติ จัดว่าเป็นที่แรกในการรองรับสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศเลยค่ะ ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ที่ผสมผสานระหว่างศูนย์การค้าอันหรูหรา กับร้านค้าริมถนนแบบดั้งเดิมได้อย่างลงตัว โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ถนนหนานจิงตะวันออกและหนานจิงตะวันตก

ฝั่งตะวันออกจะมีสวนขนาดใหญ่ให้ผู้คนมาเดินเล่นพักผ่อน มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย เช่น หอศิลปะ พิพิธภัณฑ์ ในตอนเย็นจะเป็นช่วงที่ร้านค้าและบาร์ต่างๆ กำลังคึกคัก มีนักดนตรีริมถนน เต็มไปด้วยแสงสีเสียง เหมาะกับการเดินเล่นหรือนั่งรถรางชมบรรยากาศรอบๆ มากเลยค่า

ส่วนทางฝั่งตะวันตกจะมีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ หลายแห่ง สลับกับร้านแบบจีนดั้งเดิมอยู่ตลอดสองข้างทาง เป็นย่านที่รวบรวมสินค้าแบรนด์เนมจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ และสินค้างานฝีมือพื้นบ้านของจีน เช่น ผ้าไหม เครื่องปั้นดินเผาจีน หยก รวมถึงของกินที่มีทั้งขนม ของหวานและร้านอาหารชื่อดังมากมาย

และในช่วงเทศกาล เช่น ตรุษจีน ปีใหม่และคริสต์มาส ผู้คนจะมารวมตัวกันฉลองความสุขกันบนถนนเส้นนี้ เรียกได้ว่าเป็นย่านแห่งความสุขจริงๆ ค่ะ

 

เที่ยว Shanghai Circus World

มาดูการแสดงกายกรรมสุดว้าวที่ Shanghai Circus World ซึ่งกายกรรมเซี่ยงไฮ้นี้เป็นกายกรรมอันเลื่องชื่อระดับโลก! ที่ได้ผสมผสานเอกลักษณ์ตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว เอกลักษณ์แบบตะวันออกก็คือการแสดงศิลปะกายกรรมแบบจีนดั้งเดิมที่สืบทอดกันมานับพันปี ส่วนเอกลักษณ์ฝั่งตะวันตกก็คือการสร้างเรื่องราวและสร้างสรรค์ฉากที่ยิ่งใหญ่ตระการตาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย จัดเต็มทั้งแสงสีเสียง เครื่องแต่งกายแฟนตาซีแบบล้ำสมัย ทำให้การแสดงออกมามีรูปแบบสากลแต่ก็สัมผัสกลิ่นอายของอารยธรรมจีนได้อย่างลงตัวสุดๆ เลยค่ะ

เราจะได้ชมการแสดงโชว์สุดตื่นเต้น เป็นการเล่าเรื่องราวถ่ายทอดผ่านการแสดงหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น กายกรรมจีน, กายกรรมสากล, การแสดงดนตรี, การเต้นร่วมสมัย, ร้องเพลง, การแข่งขันมายากลนานาชาติ, มอเตอร์ไซค์ผาดโผนไต่ลูกกรงเหล็ก, โชว์ม่านน้ำ, โชว์กายกรรมห่วงวงล้อกลางอากาศ และการแสดงอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งแต่ละโชว์ดูไหลลื่นต่อเนื่องกันดีมาก มีทั้งตื่นเต้น สนุก ซาบซึ้ง ประทับใจ เรียกได้ว่าเพลินจนลืมเวลาไปเลยค่า

 

เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ (Shanghai Disneyland)

สวนสนุกดิสนีย์แลนด์แห่งที่ 6 ของโลก >3< และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากดิสนีย์แลนด์ รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ ค่ะ ด้วยพื้นที่กว่า 963 เอเคอร์ หรือราว 3,852,000 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ถึง 3 เท่า เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2016

โดยได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โซนได้แก่ Mickey Avenue แหล่งช้อปปิงสินค้า, Garden of Imagination สวนสวยในจินตนาการ, Fantasyland ดินแดนแห่งเทพนิยาย, Treasure Cove ถ้ำแห่งขุมทรัพย์, Adventure isle ตะลุยเกาะผจญภัย และ Tomorrowland ดินแดนแห่งอนาคต

เครื่องเล่นหลายๆ ตัวเป็นรูปแบบใหม่อย่างที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน ทั้งใหม่และไฮเทค แต่จะออกแนวซอฟท์ๆ ไม่หวือหวาหวาดเสียวเท่าไหร่นะคะ ทำให้คนส่วนใหญ่สามารถเล่นเครื่องเล่นที่นี่ได้อย่างสบายๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือคนแก่ แต่จะเน้นการเล่าเรื่องโดยใช้เอฟเฟค กราฟฟิค แสงสีเสียงและเพิ่มความสมจริงให้มากที่สุด รวมถึงสิ่งก่อสร้างต่างๆ สวยงามสมบูรณ์ น่าถ่ายรูปไปหมดเลยค่า ความคลาสสิกและตระการตาของดิสนีย์ เมื่อมาเจอกับวัฒนธรรมของจีนก็ลงตัวได้อย่างดีงามสุดๆ

รูปภาพจาก https://blog.disneygeek.com,  https://www.kkday.com/th/product/7076

นอกจากนี้ภายในสวนสนุกยังมีทั้งแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร โรงละครบรอดเวย์ และสิ่งบันเทิงมากมาย อย่างร้าน LEGO สาขาใหญ่ที่สุดในโลกก็มาเปิดที่นี่ด้วยค่า หรือใครอยากจะเข้าพักก็มีโรงแรมให้บริการ คือโรงแรม Shanghai Disneyland Hotel และโรงแรม Toy Story Hotel แห่งเดียวในโลก! ที่ทั้งน่ารักและน่าพักสุดๆ และในปีนี้จะมีการเปิดโซนใหม่ คือ โซน Toy Story Land เตรียมฟินกันได้เร็วๆ นี้ >,<

รูปภาพจาก https://tdrexplorer.com/shanghai-disneyland-planning-guide/, http://www.chinadaily.com.cn/life/2016-05/12/content_25236145.htm

และห้ามพลาดการแสดงและการเดินพาเหรดของเหล่าตัวการ์ตูน และการชมพลุดอกไม้ไฟสุดอลังการยามค่ำคืน จัดที่บริเวณปราสาทของดิสนีย์แลนด์นะค้า

เปิดบริการทุกวัน วันจันทร์ถึงวันพฤหัส เวลา 09:00 น. – 20:00 น. และวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 08:00 น. – 20:30 น. เวลาทำการแต่ละวันอาจมีการเปลี่ยนแปลง สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ https://www.shanghaidisneyresort.com/en/

 

 

วัดพระหยก (The Jade Buddha Temple)

วัดพระหยกหรือวัดพระหยกขาว เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธที่สำคัญอันดับหนึ่งของเซี่ยงไฮ้ และมีนักท่องเที่ยวมากราบไหว้ขอพรมากที่สุดเลยค่ะ ก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1882 เพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุล้ำค่าในสมัยราชวงศ์เว่ย ถัง ซ่ง หยวน หมิงและชิง เช่น พระพุทธรูป ภาพวาดโบราณ คัมภีร์พระไตรปิฎก รวมถึงพระพุทธรูปหยก 2 องค์ที่นำมาจากประเทศเมียนมา

โดยองค์แรกเป็นพระพุทธรูปปางนั่งมีความสูง 190 เซนติเมตร ประดับด้วยเพชรพลอยสวยงาม และองค์ที่สองเป็นปางนอน มีความยาว 96 เซนติเมตร ทั้งสององค์สลักจากหยกสีขาวนวล เมื่อสะท้อนกับแสงไฟก็จะเป็นประกายระยิบระยับ งดงามมาก และหยกยังถือว่าเป็นหินล้ำค่าทั้งทางจิตใจและความเชื่อของชาวจีนอีกด้วยค่ะ

ต่อมาวัดได้ถูกทำลายลงในสมัยปฏิวัติ แต่ได้มีการเก็บรักษาพระพุทธรูปหยกไว้เป็นอย่างดี และสร้างวัดขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ.1928 ภายในวัดบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปหอม พร้อมเสียงสวดมนต์ของพระสงฆ์ที่อยู่ภายใน และยังมีร้านอาหาร ร้านขายของที่จำหน่ายเครื่องรางและของที่ระลึกต่างๆ

ซึ่งทุกวันจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติมาที่วัดพระหยกแห่งนี้กันอย่างไม่ขาดสาย ใครที่มีโอกาสก็อย่าลืมแวะมาสักการะสักครั้งเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตนะคะ

รูปภาพจาก http://www.chinadiscovery.com/shanghai/jade-buddha-temple.html

 

วัดหลงหัว (Longhua Temple)

เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดของเซี่ยงไฮ้เลยค่ะ เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 1,700 ปี สร้างขึ้นในปี ค.ศ.242 ในยุคสมัยสามก๊ก แต่ได้รับความเสียหายหลายครั้งจากสงคราม และมีการบูรณะขึ้นมาใหม่ในช่วงสมัยของพระจักรพรรดิถงจื้อและพระจักรพรรดิกวังซฺวี่แห่งราชวงศ์ชิง ปัจจุบันถือว่าเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของเซี่ยงไฮ้ และยังใช้เป็นสถานที่สำหรับประกอบพิธีการทางศาสนาพุทธอยู่จนถึงทุกวันนี้

ภายในวัดมีวิหารทั้งหมดเจ็ดหลัง รายล้อมด้วยพระพุทธรูปสีทองถึง 500 องค์ สวยงามอลังการมากๆ เลยค่ะ ซึ่งแต่ละหลังจะมีพระพุทธรูปและรูปปั้นเทพผู้พิทักษ์ให้ผู้คนได้เข้ามากราบไหว้ขอพร เช่น ในวิหารใหญ่มีพระศรีศากยมุนี หรือ วิหารเจ้าแม่กวนอิมมีองค์เจ้าแม่กวนอิมพันมือพันตา

ตรงข้ามวัดมีเจดีย์หลงหัว (Longhua Pagoda) ตั้งตระหง่านอยู่ เป็นเจดีย์แปดเหลี่ยมโบราณ 7 ชั้น สูง 40 เมตร ทำจากอิฐและไม้ มีระเบียงและราวบันไดล้อมรอบ เคยได้ชื่อว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในเซี่ยงไฮ้ด้วยนะคะ

นอกจากนี้ยังมีหอระฆังสูง 2 เมตร หนัก 6,500 กิโลกรัม เมื่อตีเสียงจะดังกังวานไปไกลถึง 5 กิโลเมตรเลยทีเดียวค่า และในวันปีใหม่ของทุกๆ ปี จะมีพิธี Evening Bell Striking เป็นพิธีลั่นระฆังส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อีกด้วย

 รูปภาพจาก https://www.shine.cn/news/metro/1801018495/

 

นั่งรถไฟแม่เหล็กความเร็วสูง (Shanghai Maglev Train)

ที่เซี่ยงไฮ้ยังมีทีเด็ดอีกอย่างหนึ่งที่ผู้มาเยือนต้องมาสัมผัสให้ได้ นั่นก็คือ รถไฟแม็กเลฟ เป็นรถไฟพลังแม่เหล็กไฟฟ้าที่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง! ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของนครเซี่ยงไฮ้ เพื่อใช้ในการเดินทางอย่างรวดเร็ว โดยเชื่อมต่อกับสนามบิน สถานีรถไฟใต้ดิน และเขตชานเมือง

ซึ่งถ้าเรานั่งจากตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ไปสู่สนามบินผู่ตง ระยะทางประมาณ 30 กม.จะใช้เวลาแค่ 7 นาทีเท่านั้นค่า *0* และคาดว่าเส้นทางจะขยายครอบคลุมทั่วประเทศและภูมิภาคอาเซียนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอีกด้วย

ขยายแผนที่ กดบนชื่อสถานที่ เพื่อดูบน Google Maps

jaoh

jaoh

Leave a Reply

2 Comments

LEAVE A COMMENT