Chinese (Simplified)Chinese (Traditional)EnglishFrenchJapaneseRussianThai


ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในฝัน

เที่ยวลาสเวกัส

21 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในลาสเวกัส ตอน 2/2

หญิงปุ๊กพามาสนุกกันต่อในเดอะสตริปที่ชิงช้าสวรรค์อันโด่งดังระดับโลก ต่อด้วยประสบการณ์ความบันเทิงแบบครบรสที่โรงแรมในเครือ เอ็มจีเอ็ม รีสอร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล (MGM Resorts International) ทางตอนใต้ของลาสเวกัส ก่อนเปิดโลกกว้างด้วยการออกนอกเมืองลาสเวกัสไปค้นพบความงามในอีกซีกโลกที่จะประทับใจไม่รู้ลืม

ใครยังไม่ได้อ่านโรงแรมบนถนนเดอะสตริป The Strip ทางตอนเหนือ และตอนกลาง รวมถึงกิจกรรมความบันเทิงอื่นๆ ไปอ่านกันได้ที่

21 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในลาสเวกัส ตอน 1/2

 

โอเค.. ถ้าพร้อมแล้วว มาลุยกันต่อค่าา >,<

 

เที่ยวชิงช้าสวรรค์ เดอะ ลิงค์ (The LINQ High Roller)

ชิงช้าสวรรค์ เดอะ ลิงค์ (The LINQ High Roller) ชิงช้าสังเกตการณ์ที่ใหญ่ และสวยที่สุดในโลก!! ของ บริษัทซีซาร์ เอนเตอร์เทนเมนท์ คอเปอร์เรชั่น (Caesars Entertainment Corporation) เดอะ ลิงค์ เดิมชื่อ ฟลามิงโก้ คาปรี และ อิมพีเรียล พาเลซ แอนด์ เดอะ ควอร์ด (Flamingo Capri, Imperial Palace and The Quad) เรียกว่าเปลี่ยนมาหลายชื่อแล้วล่ะจ้า

เดอะ ลิงค์ลอยสูงเหนือใจกลางเดอะสตริป ลาสเวกัสขึ้นไป 167 เมตร เห็นทิวทัศน์แบบมุมกว้าง 360 องศาของลาสเวกัส วัลเลย์ (Las Vegas Valley) และเดอะสตริป ขึ้นไปแล้วรับรองคุ้ม เพราะใจมันสั่นหวั่นไหวจริงๆ ชิงช้าสวรรค์จะใช้เวลา 30 นาทีในการหมุนหนึ่งรอบ และมีห้องโดยสาร 28 ห้อง สามารถรองรับแขกได้ถึงห้องละ 40 คน รวมแล้วจุได้ทั้งหมด 1,120 คนเลยนะ หากมาที่นี่แล้วอย่าลืมเก็บภาพความประทับใจที่ตู้ถ่ายภาพชิงช้าสวรรค์ที่เค้ามีไว้ด้วยนะจร้า

ที่นี่มีพื้นที่คาสิโน 3,056 ตารางเมตร เครื่องสล็อทแมทชีนจำนวน 830 เครื่อง โต๊ะเกมส์ 55 โต๊ะ มีทั้งหมด 2,640 ห้อง ไฮไลท์ของที่นี่นอกเหนือจากชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ด้านหลังโรงแรมแล้ว ยังมี เดอะ ลิงค์ พรอมมะเนด (The Linq Promenade) ที่เป็นย่านการค้าปลีก ร้านอาหาร และแหล่งบันเทิงกลางแจ้ง โดยตั้งอยู่ระหว่างเดอะ ลิงค์ และฟลามิงโก้ รีสอร์ท (Flamingo Resorts) อีกด้วย งานนี้โดนใจสายช็อปไปเต็มๆ เลยคร่าา

เที่ยวเอ็มจีเอ็ม แกรนด์ (MGM Grand)

เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ (MGM Grand) ในลาสเวกัส เดิมชื่อมารีน่า แอนด์ เอ็มจีเอ็ม-แกรนด์ (Marina and MGM-Marina) บริหารโดยเอ็มจีเอ็ม รีสอร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล ตัวโรงแรมตั้งอยู่ในเดอะสตริป ทรอปปิคาน่า แยกถนนลาสเวกัส ประกอบด้วยตึกหลักที่มีทั้งหมด 30 ชั้น สูง 89 เมตร ถูกเชื่อมต่อด้วยสะพานข้ามคนเดินเพื่อไปยังคาสิโนใกล้เคียง ทางด้านใต้ข้ามไปยังถนนทรอปปิคาน่า (Tropicana Avenue) ส่วนทางฝั่งตะวันตกข้ามไปยังนิวยอร์ค-นิวยอร์ค โฮเทล แอนด์ คาสิโน สะดวกสบายได้โล่ไปเลยย!!

เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ เป็นหน่วยงานด้านความบันเทิงที่มีชื่อเสียงสุดๆ ด้านงานอีเวนท์ดาราที่เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ การ์เดน อารีน่า (MGM Grand Garden Arena) เป็นโรงแรมเดี่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ด้วยจำนวนห้องกว่า 6,852 ห้อง และเป็นโรงแรมคอมเพล็กซ์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกด้วยจำนวนห้อง และเป็นโรงแรมรีสอร์ทคอมเพล็กซ์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของสหรัฐอเมริกา ตามอยู่แค่ เดอะเวเนเชี่ยน และเดอะพาลาซโซ เท่านั้น

ที่พักถูกตกแต่งในสไตล์ร่วมสมัย และคลาสสิค มีสระว่ายน้ำ แม่น้ำ น้ำตก ศูนย์การประชุมพื้นที่ 35,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังมีร้านค้ามากมาย ไนท์คลับ คาสิโนขนาดใหญ่ที่สุดในเขตคลาร์ค (Clark County) กินพื้นที่ 15,930 ตารางเมตร สุดอ่ะ มงลงไปเลยคร่าา ร้านอาหารที่นี่ก็เด็ดมากๆ เพราะเป็นแหล่งรวมเชฟดังระดับโลก รอเสิร์ฟความอร่อยให้เราอยู่ ร้านที่ได้รับรางวัลร้านอาหารฝรั่งเศสชั้นเลิศอย่างโจเอล โฮบิชอง Joel Robuchon สเต็กแบบคลาสสิคที่ ทอม คอลิคคิโอ (Tom Colicchio’s Craftsteak) และอาหารญี่ปุ่นแนวสร้างสรรค์ที่โมริโมโต้ ลาสเวกัส (Morimoto Las Vegas) เมนูสไตล์แกสโตรผับ (gastropub) ที่ผับไมเคิล มีน่า 1842 (Michael Mina Pub 1842) และบุฟเฟ่ต์สไตล์คลาสสิคที่ เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ บุฟเฟ่ต์ (MGM Grand Buffet) สบายพุงแล้ววววว เราก็ไปต่อด้วยสปาแบบครบวงจร สระว่ายน้ำก็มีสถานที่อาบน้ำส่วนตัวให้อีกด้วย ฟินคูณสองกันไปเลย แถมยังมีสนามกีฬาแกรนด์การ์เด้น อารีน่า (Grand Garden Arena) เป็นสถานที่จัดการแสดงดนตรีระดับโลกด้วยล่ะ บันเทิงครบจบในที่เดียว

 

 

เที่ยวนิวยอร์ค-นิวยอร์ค โฮเทล แอนด์ คาสิโน (New York-New York Hotel & Casino)

นิวยอร์ค-นิวยอร์ค โฮเทล แอนด์ คาสิโน (New York-New York Hotel & Casino ) ตั้งอยู่ในเดอะสตริป รัฐเนวาด้า ดำเนินงานโดยบริษัทเอ็มจีเอ็ม รีสอร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล ตั้งอยู่ทางมุมตะวันตกเฉียงเหนือของทรอปิคาน่า (Tropicana) ที่แยกถนนลาสเวกัส โดยมีการสร้างสะพานเชื่อมโยงกันเพื่อทำเป็นถนนคนเดิน และข้ามไปยังคาสิโนใกล้เคียงทางทิศใต้อย่างเอ็กซ์คาลิเบอร์ และข้ามถนนทรอปิคาน่า (Tropicana Avenue) ไปยังคาสิโนใกล้เคียงทางทิศตะวันออกอย่างเอ็มจีเอ็ม แกรนด์ได้อีกด้วย ดีงามเกินเบอร์ไปมากจริงๆ

ตัวโรงแรมถูกสร้างให้มีความเป็นมหานครนิวยอร์คในยุค 1940 ทั้งสถาปัตยกรรม และสัญลักษณ์อื่นๆ ร่วมตัวกันอยู่ที่นี่  เช่น ตึกเอ็มไพร์ สเตท (Empire State Building) อาคารไคร์สเลอร์ (Chrysler Building) ด้านหน้าของพื้นที่โรงแรมยังมีแบบจำลองของอนุสาวรีย์เทพีเสรีสันติภาพ (Replica of the Statue of Liberty) แบบจำลองของทหาร และอนุสาวรีย์ลูกเรือ (Replicas of the Soldiers and Sailors Monument) พิพิธภัณฑ์ศิลปะอเมริกันวิทนีย์ (Whitney Museum of American Art) อาคารตรวจคนเข้าเมืองหลักบนเกาะเอลลิส (Main Immigration Building on Ellis Island) สถานีแกรนด์ เซนทรัล (Grand Central Terminal) เรียกว่ายกนิวยอร์คมาไว้ที่เดอะสตริปกันเล้ยย

ภายในมีพื้นที่สำหรับการเล่นเสี่ยงโชค เลาจ์ ห้องอาหาร และห้องประชุม โดยแต่ละส่วนจะได้รับการตั้งชื่อตามย่าน และสถานที่สำคัญของนครนิวยอร์ค ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่คาสิโน ก็ถูกตั้งชื่อตามไทม์สแควร์ (Times Square) ในขณะที่ร้านอาหารถูกจำลองตามหมู่บ้านกรีนวิช (Greenwich Village) ในคาสิโนยังมีกิมมิคเล็กๆ อย่างการใช้ไพ่สำรับพิเศษที่ตรงชุดหัวใจ (Heart) ถูกแทนที่ด้วยแอปเปิ้ล (Apples) ตะมุตะมิ ตั้ลล้ากกกอ่ะ ที่นี่เป็นศูนย์รวมของเกมส์ และความบันเทิง ตั้งแต่ดนตรีสดที่สะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge) ไปจนถึงการดวลเปียนโนอย่างสุดมันส์ และพื้นที่คาสิโนกว่า 7,803 ตารางเมตร ไว้รองรับตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมือโปรกันเลยล่ะจ้า

มาเสียวกันต่อกับรถไฟเหาะ เดิมชื่อ แมนฮัตตันเอ็กซ์เพลส (Manhattan Express) แล่นผ่านทั้งภายใน และภายนอกอาคาร ตัวรถไฟเหาะสูงถึง 62 เมตร แล่นผ่านที่ความสูงหลายระดับ และเคลื่อนลงมาต่ำมากที่สุดถึง 44 เมตร เร่งความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 108 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เสียวแต่ไม่สยองค่ะ เพราะเค้ามีระบบเบรคแบบแม่เหล็ก นั่งบันเทิงสบายใจยาวปายจ้า ก่อนกลับอย่าลืมแชะภาพกับรถไฟใหม่ที่คล้ายกับเชคเกอร์ แค็บแบบดั้งเดิม (Checker Cab)  มีความนิวยอร์คเกอร์ได้อี๊กก!!

 

เที่ยวเอ็กซ์คาลิเบอร์ โฮเทล แอนด์ คาสิโน (Excalibur Hotel & Casino)

เอ็กซ์คาลิเบอร์ โฮเทล แอนด์ คาสิโน (Excalibur Hotel & Casino) ตั้งอยู่ในเดอะสตริป ลาสเวกัส บริหารโดย เอ็มจีเอ็ม รีสอร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล ตั้งอยู่ที่ ทรอปปิคาน่าแยกถนนลาสเวกัส โรงแรมถูกเชื่อมด้วยสะพานข้ามเดินเท้าไปยังคาสิโนใกล้เคียงทางเหนือสู่ นิวยอร์ค-นิวยอร์ค โฮเทล แอนด์ คาสิโน และฝั่งตะวันออกไปทรอปปิคาน่า แถมยังมีรถรางฟรีเชื่อมต่อเอ็กซ์คาลิเบอร์ กับโรงแรมเอ็มจีเอ็ม รีสอร์ท อินเตอร์เนชั่นแนลในทางใต้ รวมถึงลักซอร์ และมันฑะเลย์ เบย์ด้วย ว้าวว เลิศกว่านี้ไม่มีล๊าววว

เอ็กซ์คาลิเบอร์ ได้รับการตั้งชื่อตามดาบของคิง อาร์เธอร์ (King Arthur) ในยุคกลาง ภายนอกอาคารเป็นภาพของปราสาทที่สวยงาม ภายในมีพื้นที่สำหรับการเสี่ยงโชคมากถึง 9,300 ตารางเมตร มีทั้งโต๊ะเกมส์ และเครื่องสล็อตกว่า 1,200 เครื่อง นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำ สปา และศูนย์ออกกำลังกายบนพื้นที่ขนาด 1,200 ตารางเมตร ห้องอาหาร 8 แห่ง ศูนย์อาหาร โบสถ์ที่เอ็กซ์คาลิเบอร์ อ็อคเทนเลาจ์ และเดอะเลาจ์ (Octane Lounge & The Lounge) มีการแสดงดนตรีสดในช่วงสุดสัปดาห์ และพื้นที่ทางเดินอาร์เคด (Arcade) อีกด้วย

ที่นี่เป็นบ้านของการแสดงโชว์ชายล้วนธันเดอร์ โดย ดาวน์ อันเดอร์ (Thunder From Down Under) ซึ่งได้ย้ายมาที่เอ็กซ์คาลิเบอร์ ในช่วงกรกฏาคม 2544 นับว่าเป็นหนึ่งในโชว์ชายล้วนที่ดีที่สุดในลาสเวกัส นอกจากนี้ยังมีโชว์ ดิออสเตรเลี่ยน บีจีส์ โชว์ (The Australian Bee Gees Show) และเปิดโอกาสให้ร่วมดินเนอร์ท่ามกลางบรรยากาศการประลองบนหลังม้าของกษัตริย์ยุคกลาง ที่มีม้าทั้งหมด 12 สายพันธุ์ สมาชิกทั้งหมด 32 คน บนอัฒจันทร์ 925 ที่นั่งเรียกว่า คิง อาร์เธอร์ อารีน่า (King Arthur’s Arena) การแสดงรวมไปถึงงานเลี้ยงที่จะมีอาหารออกมาเสิร์ฟโดยพนักงานที่แต่งตัวเป็นทาส หรือสาวให้บริการ อันซีนสุดๆ ไปเล้ยย!!

และที่ต้องมาเชคอินกันเลยคือร้านอาหารเกร๋ๆ อย่างดิ๊ก ลาส รีสอร์ท (Dick’s Last Resort) ขึ้นชื่อเรื่องลีลาท่าทางของพนักงานเสิร์ฟ ชนิดที่แขกต้องตกใจ หรือหัวเราะลั่นกันเลย แถมยังมีพนักงานทาโก้ (Taco) ที่จัดเป็นมาสค็อตของดิ๊กคอยให้ความบันเทิง ด้วยการแสดงคล้ายกับการแสดงน้ำพุเบลลาจิโอในแบบของพวกเขาอยู่หลังบาร์น้ำ สุดท้ายที่ห้ามพลาดคือคุกใต้ดิน (dungeon) แสนสนุกเป็นพื้นที่อาร์เคดที่เราสามารถเข้าชม เลเซอร์ แท็ก อารีน่า (Laser Tag Arena) รวมถึง ทัวร์นาเม้นท์ ออฟ คิงส์ อารีน่า (Tournament of Kings Arena) อันโด่งดัง งานนี้บอกเลย ตื่นตาตื่นใจจนขนแขนสแตนด์อัพเลยล่ะยู้วว >,<

 

เที่ยวลักซอร์ โฮเทล แอนด์ คาสิโน (Luxor Hotel and Casino)

ลักซอร์ โฮเทล แอนด์ คาสิโน (Luxor Hotel and Casino) อยู่ทางตอนใต้สุดของเดอะสตริปในลาสเวกัส พาราไดส์ รัฐเนวาด้า ตั้งชื่อตามเมืองลักซอร์ ซึ่งเป็นเมืองธีบส์โบราณในอียิปต์  โดดเด่นด้วยรูปทรงพีระมิด 30 ชั้น พร้อมรูปปั้นสฟิงซ์บริเวณทางเข้า บริหารงานโดย เอ็มจีเอ็ม รีสอร์ท อินเตอร์เนชั่นแนล มีพื้นที่คาสิโนทั้งหมด 11,000 ตารางเมตรการันตีความเลิศ จาก กรีนคีย์ อีโค-เรทติ้ง โปรแกรม (Green Key Eco-Rating Program) จัดเรตติ้งระดับ 4 ว่าเป็นโรงแรมที่มีการดำเนินการแบบยั่งยืน เก๋ไก๋ด้วยลิฟท์แบบเอียง พื้นที่การประชุมกว่า 1,900 ตารางเมตร สระว่ายน้ำถึง 4 สระ อ่างน้ำวน สปา ซาลอน ร้านค้าปลีกกว่า 29 ร้านค้า และที่เด็ดคือมีโบสถ์แต่งงานด้วยน้าา ใครมีคู่ เกี่ยวก้อยพากันมาได้เล้ยย

นอกจากนี้ยังมีความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ เช่น การแสดงโชว์แฟนตาซี (Fantasy) ชุดเปลือย โชว์นักแสดงตลกหัวแครอท (Comedian Carrot Top) และการแสดงศิลปะบลูแมนกรุ๊ป (Blue Man Group) หรือหากใครชอบเล่นเกมส์ที่นี่เค้าก็มี อีสปอร์ต อารีน่า ลาสเวกัส (eSports Arena Las Vegas) เป็นศูนย์แข่งอีสปอร์ตไว้เอาใจคอเกมส์กันด้วยล่ะจ้าา มันส์ได้อี๊กก สำหรับสายปาร์ตี้ก็มีแหล่งท่องเที่ยวยามราตรีไว้ต้อนรับนะจ๊ะ อย่าง แคทเฮาส์ (CatHouse) โอรอร่า (Aurora) ลิควิดิตี้ (Liquidity) และไฟล์ท (Flight) ฟินกันยาวๆ ไปเลย ความพิเศษอีกอย่างของลักซอร์คือ เค้ามีห้องโถงที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยนะ ด้วยขนาดถึง 820,000 ลูกบาศก์เมตร อลังการงานสร้างสุดๆ ไปเลยจร้า

 

เที่ยวอุทยานแห่งชาติแกรนด์ แคนยอน ฝั่งตะวันตก (Grand Canyon National Park-West Rim)

ลาสเวกัสไม่ได้มีดีแค่ในเดอะสตริป แต่นอกเมืองก็มีที่เที่ยวเจ๋งๆ เหมือนกันจ้าอย่างอุทยานแห่งชาติแกรนด์ แคนยอน ฝั่งตะวันตก (Grand Canyon National Park-West Rim) ดำเนินการโดยฮวาลาปาย อินเดียน ไทร์บ แกรนด์ แคนยอน เวสท์ (Hualapai Indian Tribe, Grand Canyon West) ขับรถประมาณ 2 ชั่วโมงจากลาสเวกัสก็จะพบกับวิวหุบเขาสวยงามแปลกตากว่า 173 กิโลเมตร ที่นี่ดีงามมว๊ากก จนถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก!! กันเลยทีเดียว

เค้ามีกิจกรรมดี๊ดีให้ทำเพียบ ทั้งปีนเขาที่กวาโน่พอยท์ (Guano Point) ชมซากปรักหักพังของเหมืองเก่ากวาโน่ และเพลิดเพลินกับวิวแบบพาโนราม่าของแกรนด์แคนยอน หรือการเดินบนสกายวอร์ค และอีเกิ้ลพอยท์ (Skywalk & Eagle Point) เราจะได้เดินบนสะพานแก้วรูปเกือกม้าที่ความสูง 1219 เมตรเหนือแกรนด์แคนยอน และที่อีเกิ้ลพอยท์ยังมีร้านขายของพื้นเมืองอเมริกัน สกายวอล์คคาเฟ่ หมู่บ้านชาวอเมริกันพื้นเมืองให้ได้สำรวจอีกด้วย ดีต่อใจแบบนี้ปรบมือให้รัวๆ เลยคร่าา

ถ้าอยากเพิ่มระดับความฟินก็ต้องทัวร์ล่องแม่น้ำโคโลราโด เพราะนอกจากจะสวยแล้วยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของหุบเขาอีกด้วย  และที่ประทับใจมว๊ากๆ คือทัวร์ทางอากาศด้วยการนั่งเฮลิคอปเตอร์ ดื่มด่ำไปกับความงามของธรรมชาติ บินสูงเหนือหุบเขา เห็นวิวในมุมมองที่แปลกตาทั้งเหนือ และใต้ขอบแกรนด์แคนยอน วิวที่เห็นจากพื้นดินว่าสวยแล้ว วิวบนท้องฟ้ายิ่งพีค เลอค่าเบอร์ใหญ่มว๊ากก หากมาถึงที่นี่ช้าก็สามารถหาที่พักกระท่อมที่ฟาร์มฮวาลาปาย สนุกกับกิจกรรมรอบกองไฟ ร้องเพลงคาวบอย และฟังนิทานพื้นเมืองได้ด้วยนะจ๊ะ เริ่ดเนอะ >,<

สุดท้ายที่จัดว่าเผ็ชชคือกิจกรรมโหนสลิงที่แกรนด์แคนยอนเวสท์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ฟาร์มฮวาลาปายห่างจากแกรนด์แคนยอนสกายวอล์คอันโด่งดังไปประมาณ 1.6 กิโลเมตร สลิงที่นี่จะพาขึ้นสูงไปในอากาศถึงกว่า 304 เมตรเหนือพื้นดิน พร้อมชมวิวระดับเทพของหุบเขา ด้วยความเร็วสูงถึง 64 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สวยขนาดนี้ สั่นแค่ไหนก็สู้คร่า!!

เครดิตภาพ: grandcanyonwest.com

 

เที่ยวแอนเทอโลป แคนยอน (Antelope Canyon)

แอนเทอโลป แคนยอน (Antelope Canyon) เป็นช่องหุบเขาที่สวยงามในตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกา อยู่ในเขตอินเดียนแดงนาวาโฮ (Navajo) ทางตะวันออกของเมืองเพจ (Page) รัฐแอริโซน่า (Arizona) ห่างจากแกรนด์แคนยอนประมาณ 199 กิโลเมตร จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับคนที่รักการถ่ายภาพ และชอบชมวิวสวยแปลกตา ที่นี่เป็นธุรกิจการท่องเที่ยวของชนชาตินาวาโฮ (Navajo Nation) ใครจะมาเข้าชมก็ต้องผ่านทัวร์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้นนะจ๊ะ ไม่สามารถเข้าชมเองจร้าาา

ทัวร์ที่นี่มี 2 แบบ ได้แก่ ทัวร์ชมสถานที่ และถ้าใครอยากได้ภาพเมพขิงๆ ก็ต้องทัวร์ถ่ายภาพที่เพลิดเพลินสุดๆ ไปเลย แต่การถ่ายภาพที่นี่ก็ไม่ใช่ง่ายๆ นะเพราะด้วยแสงสะท้อนจากผนังหุบเขาทำให้มีช่วงการรับแสงที่กว้างนั่นเอง แต่สบายใจได้ เพราะไกด์น่ารักเบอร์ใหญ่มว๊าก เค้าจะช่วยเราสุดพลัง เพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด แล้วก็พยายามทำให้การเข้าชมเป็นไปตามเวลาอีกด้วยจร้า ไกด์จะคอยช่วยกันคนให้แป๊บนึงไม่ให้เข้ามาในเฟรม ทำให้ได้ภาพสุดไฮโซ ไม่ติดคนด้านหลัง หรือพาไปถ่ายตามจุดไฮไลท์ต่างๆ ที่เลิศสุดๆ คือก่อนเริ่มทัวร์จะมีการแนะนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์เช่น ไม่ควรเปลี่ยนเลนส์ภายในหุบเขา เพื่อป้องกันฝุ่นจากเซนเซอร์กล้อง หรืออธิบายพารามิเตอร์พื้นฐานสำหรับใช้กับกล้อง หรือแม้แต่แจกคำแนะนำฉบับย่อบอกเคล็ดลับการถ่ายภาพภายในแอนเทอโลป แคนยอนกันไปเลย ว้าวว!! กระซิบนิดนึงว่าไกด์จะเชคก่อนว่าเรามีกล้องเลนส์แบบเปลี่ยนได้หรือไม่ (Mirrorless or SLR) หากมีขาตั้งกล้องก็จะช่วยได้มาก แต่ใครที่มีแค่กล้องมือถือจองทัวร์นี้ไม่ได้นะจ๊ะ

แอนเทอโลป แคนยอน แบ่งวิวช่องหุบเขานี้เป็น 2 ส่วนคือ อัพเพอร์ แอนเทอโลป แคนยอน (Upper Antelope Canyon) และ โลเวอร์ แอนเทอโลป แคนยอน (Lower Antelope Canyon)  นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาดูอัพเพอร์ แอนเทอโลป แคนยอน เพราะทางเข้า และทางเดินทั้งหมดอยู่ที่ระดับพื้นดิน ไม่ต้องปีน และสามารถเห็นลำแสงของพระอาทิตย์จากด้านบนเข้ามาที่แคนยอนได้ง่ายกว่า แนะนำว่าควรมาดูในช่วงกลางวัน ลำแสงนี้มักมีให้เห็นในช่วงหน้าร้อน หากมาหน้าหนาวความชัดของลำแสงก็จะน้อยลงนั่นเอง ลำแสงนี้จะเริ่มส่องเข้ามาในแคนยอนพีคสุดๆ ตอน 20 มีนาคม และจะค่อยๆ หายไปราวๆ 7 มีนาคมของทุกปี สำหรับโลเวอร์ แอนเทอโลป แคนยอน ถึงแม้จะเดินมาชมยากกว่า แต่คนน้อยกว่า ถ่ายรูปง่ายขึ้นเยอะ นอกจากนี้ราคาก็ถูกกว่าพอสมควรเลยนะ

ตารางการชมของแอนเทอโลป แคนยอนแตกต่างกันไปตามบริษัทเล้ยย หากเป็นการชมปกติ อัพเพอร์ แอนเทอโลป แคนยอน และโลเวอร์ แอนเทอโลป แคนยอนจะใช้เวลา 1.5 ชั่วโมง ส่วนทัวร์ถ่ายภาพจะใช้เวลาประมาณ 2.5 ชั่วโมง การเดินทางมาที่นี่แนะนำให้มาทางสนามบินลาสเวกัสจะอยู่ใกล้มากที่สุด วิธีเดินทางมาที่นี่ที่นิยมสุดคือการจองทัวร์วันเดย์ทริปจากลาสเวกัสมาเลย แต่ถ้าอยากมาเองก็ต้องขับรถราว 4 ชั่วโมงครึ่ง ระยะทาง 449 กิโลเมตรจากลาสเวกัสจ้าา

 

เที่ยวโค้งน้ำรูปเกือกม้า (Horseshoe Bend)

โค้งน้ำรูปเกือกม้า (Horseshoe Bend) เป็นโค้งน้ำที่ดังที่สุดแล้วในแม่น้ำโคโลราโด้ (Colorado River) ห่างจากแกรนด์แคนยอน 200 กิโลเมตร แถมโค้งน้ำรูปเกือกม้า และแอนเทอโลป แคนยอนยังสามารถเที่ยวได้ภายในวันเดียวด้วยนะเพราะมันอยู่ใกล้กันมว๊ากก โค้งน้ำรูปเกือกม้าอยู่สูง 300 เมตรจากแม่น้ำโคโลราโด้ หลายคนมาถึงแล้วพอไปยืนที่ริมขอบอาจมีอาการบ้านหมุน (Vertigo) ก็ต้องระวังกันด้วยนะจ๊ะ และพยายามเดินอยู่ในบริเวณที่ทางสถานที่อนุญาตให้เดินเพื่อความปลอดภัยจร้า สิ่งที่พลาดไม่ได้ของที่นี่คือการมาถ่ายรูปโค้งน้ำรูปเกือกม้าในเวลาพระอาทิตย์ตกดิน ฉากพระอาทิตย์ค่อยๆ ตกลงมาอยู่ด้านหลังโค้งน้ำรูปเกือกม้าจนลับผ่านเส้นขอบฟ้าไป อื้ออหืออ!! โมเม้นนี้เอาอัลไลมาแลกก็ไม่ยอม>,< อีกหนึ่งไฮไลท์คือการชมในตอนเช้า เห็นเป็นแสงวันใหม่อ่อนๆ ท่ามกลางหินสีแดงของที่ราบสูงโคโลราโด้บริเวณโค้งน้ำรูปเกือกม้า ใครที่ชอบวิวฟินเฟร่อ ในบรรยากาศสงบ คนไม่เยอะ บอกเลยว่ามาถูกที่ล๊าวว

ที่นี่ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ ให้ทำอีกด้วยนะ เช่นการนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิวเหนือโค้งน้ำรูปเกือกม้า และทะเลสาบพาวเวลล์ (Lake Powell) เป็น 30 ถึง 40 นาที งานนี้เสียวแต่สวยจร้า ถ้าใครมาเป็นครอบครัวแนะนำให้นั่งเรือชมวิวไปเล้ยย เพราะแม่น้ำโคโลราโด้เป็นแม่น้ำที่ค่อนข้างสงบนิ่ง ปลอดภัยหายห่วง นั่งเรือใช้เวลาประมาณครึ่งวัน เริ่มจากเขื่อนเกล็น แคนยอน (Glen Canyon Dam) ไปถึงท่าเรือลีเฟอร์รี่ (Lee’s Ferry) แล่นผ่านชายหาดที่มีการแกะสลักบนหิน หน้าผาเวอร์มิลเลี่ยน (Vermillion Cliffs) และแน่นอนที่สุดโค้งน้ำรูปเกือกม้า แฮปปี้กันยาวๆ ปาย แต่ถ้าชอบผจญภัยก็ต้องไม่พลาดมานั่งเรือคายัค สำรวจแม่น้ำ ตั้งแคมป์ กางเต้นท์ สนุกมันส์ได้อี๊กก หรือใครที่รักการสำรวจ ไม่ชอบคนเยอะๆ ก็ต้องลองไปดูช่องหุบเขาโค้งน้ำรูปเกือกม้า (Horseshoe Bend Slot Canyon) ลักษณะคล้ายกับแอนเทอโลป แคนยอน แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากจากนักท่องเที่ยว ราคาอาจแพงกว่า แต่มีเวลาถ่ายรูปยาวๆ จนพอใจเลยล่ะ

การมาเที่ยวที่นี่ฟรีค่าเข้านะ รู้ยัง! แต่อาจต้องเตรียมตังค์สำหรับค่าจอดรถประมาณ 10 ดอลล่าห์สหรัฐ เพื่อความสะดวกด้วยนะจ๊ะ สำหรับการเดินทางสนามบินที่ใกล้โค้งน้ำรูปเกือกม้ามากที่สุดก็คือสนามบินลาสเวกัส มองหาป้ายสัญลักษณ์เขียนว่า ทัวร์โค้งน้ำรูปเกือกม้าวันเดย์ทริป จากสำนักงานท่องเที่ยวในสนามบินเลยก็ได้ ถ้าขับรถใช้เวลา 4 ชั่วโมงครึ่ง ระยะทาง 450 กิโลเมตรจากลาสเวกัส พอๆ กับไปแอนเทอโลป แคนยอนเล้ยย

 

 

เที่ยวหุบเขาแห่งไฟ (Valley of Fire State Park)

หุบเขาแห่งไฟ (Valley of Fire State Park) ตั้งอยู่ในรัฐเนวาด้า ห่างจากลาสเวกัสออกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 80 กิโลเมตรเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ด้วยวิวแบบพาโนราม่า เส้นทางการปีนเขา เราจะเห็นการก่อตัวของหินสีแดง และสีชมพูที่สวยงาม เป็นการเดินทางวันเดย์ทริปจากเวกัสที่แฮปปี้มาก

หุบเขาแห่งไฟมีพื้นที่กว่า 116,380 ไร่ของที่นี่เต็มไปด้วยการก่อตัวของหินสีแดง เกิดจากหินทรายแอซเท็ก (Aztec) ยิ่งในช่วงวันแดดจ้าหินพวกนี้จะดูคล้ายกับไฟเลยอะ จ๊ากกก!!! จึงถูกเรียกว่าหุบเขาแห่งไฟ ด้วยความปั๊วปังเลยมีภาพยนตร์หลายเรื่องมาถ่ายทำกันที่นี่ เช่น โททอล รีคอล (Total Recall) วีว่า ลาสเวกัส (Viva Las Vegas) เดอะ โพรเฟสชั่นนอลส์ (The Professionals) และสตาร์ เทร็ค เจนเนอร์เรชั่นส์ (Star Trek Generations) ดีงามแค่ไหนถามใจเธอดู >,<

วิธีที่ง่ายที่สุดในการชมวิวภายในหุบเขาคือการขับรถเข้าไปที่ถนนสายหลัก เมาส์ แท็งค์ โรด (Mouse’s Tank Road) หินทรายสีแดง ชมพู ส้ม สร้างลวดลายตามธรรมชาติได้สวยงามมว๊ากก แถมเราสามารถดูวิวเทพๆ แบบนี้โดยแทบไม่ต้องลงจากรถยังได้เลยนะ อร๊ายย ดีต่อใจ >0<

จุดชมวิวยอดนิยม เช่นหินหน้าตารูปทรงต่างๆ อย่างหินรังผึ้ง (The Beehives) หินช้าง (Elephant Rock) หินที่มีการก่อตัวคล้ายช้าง ตั้งอยู่ทางเข้าฝั่งตะวันออก หรือจะไต่เขาไปยังเมาส์ แทงค์ (Mouse’s Tank) เพียง 1.2 กิโลเมตรไปสิ้นสุดที่แอ่งหินซึ่งเป็นที่กักเก็บน้ำฝน เส้นทางอาจเรียบง่าย ไม่ตื่นเต้น แต่กิมมิคอยู่ที่สามารถเห็นร่องรอยการสลักบนหิน (Petroglyphs) ระหว่างทางไปด้วย หรือชมกลุ่มหินเจ็ดก้อน (Seven Sisters) ที่จุดแวะพัก ชมหินแอ็ทแล็ททอล (Atlatl Rock) ที่มีการสลักบนหินที่น่าสนใจสุดๆ ใกล้ๆ กันที่ถนน ซีนิค ลูพ (Scenic Loop road) จะเจอกับประตูโค้งหินทรายขนาดใหญ่ แปลกตา ณ จุดนี้แชะรูป อัพเฟซ วนไปจร้า

และที่คุ้มค่ากับการไต่เขาแน่ๆ คือเรนโบว์ วิสต้า (Rainbow Vista) ระยะทางแค่ 1.6 กิโลเมตรไปกลับ แต่จะได้เจอกับวิวของหุบเขาแห่งไฟแบบพาโนราม่าเลย ส่วนใครชอบวิวแบบน่ารักๆ ต้องมาที่ พิงค์ แคนยอน (Pink Canyon) หรือที่เรียกกันว่า พาสเทล แคนยอน (Pastel Canyon) สวยหวานสมชื่อเลยล่ะ ขอบอกไว้ก่อนว่าจุดนี้จอดรถอยู่ได้แค่ 1-2 คันเท่านั้นนะจ๊ะ หากมากันแบบครอบครัวแนะนำให้ไปที่โดมสีขาว (White Domes) เดินทางประมาณ 2 กิโลเมตรเป็นอีกจุดที่สวย และเดินได้ไม่ยากเหมาะสำหรับการพาเด็กๆ มาด้วย สำหรับไฮไลท์ของทริปคงหนีไม่พ้น คลื่นไฟ (Fire Wave) เป็นจุดที่สวยที่สุดของหุบเขานี้ เดินทางไปกลับแค่ 2.4 กิโลเมตรก็จะเจอกับหินทรายลายม้าลายสีขาว และแดง งานนี้ สิบ สิบ สิบ ไปเลยจร้า มาถึงที่นี่สามารถขับรถเข้ามาได้มีค่าใช้จ่ายประมาณ 350 บาทต่อคัน พร้อมแผนที่ของอุทยานคำแนะนำจุดเยี่ยมชม

 

 

เที่ยวเขื่อนฮูเวอร์ (Hoover Dam)

เขื่อนฮูเวอร์ (Hoover Dam) หนึ่งใน 10 ความสำเร็จด้านการก่อสร้างสูงที่สุดในศตวรรษที่ 20 ดึงดูดผู้คนมาแล้วกว่า 80 ปีหลังจากการสร้างเขื่อน เขื่อนฮูเวอร์ตั้งอยู่ในแบล็กแคนยอน (Black Canyon) เดินทางไม่กี่นาทีจากลาสเวกัส เขื่อนแห่งนี้ได้รับการตั้งชื่อตามประธานาธิบดีคนที่ 31 เฮอร์เบิร์ท ฮูเวอร์ (Herbert Hoover) ผู้มีบทบาทสำคัญในการทำข้อตกลงร่วมกันกับรัฐใกล้เคียงเรื่องการจัดสรรน้ำ เขื่อนฮูเวอร์จัดเป็นเขื่อนคอนกรีตที่สูงที่สุดในซีกโลกตะวันตก อยู่สูง 220 เมตรเหนือแม่น้ำโคโลราโด้ (Colorado River) มีเครื่องปั่นไฟ 17 เครื่อง ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 4 พันล้านกิโลวัตต์ต่อปี เป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเลยทีเดียว การดำเนินงาน และการบำรุงรักษาได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากรายได้จากการขายไฟฟ้า

จุดชมวิวที่สวยที่สุดอยู่ที่สะพานอนุสรณ์ไมค์ โอ คอลล็ากแฮน-แพท ทิลแมน (Mike O’ Callaghan-Pat Tillman Memorial Bridge) สร้างเสร็จในเดือนตุลาคมปี 2010 เรียกว่าโชคดีมากจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้หากจะชมวิวที่นี่ต้องใช้บริการเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น แต่ตอนนี้นักท่องเที่ยวสามารถขับรถข้ามสะพานเพื่อชมเขื่อนเองได้ จุดที่สวยฟินเกินร้อยต้องยกให้บริเวณทางใต้ของเขื่อนฮูเวอร์ประมาณ 457 เมตร โดยทางเดินบนสะพานทอดยาวอยู่สูงเหนือแม่น้ำโคโลราโดประมาณ 274 เมตร ที่จุดชมวิวเหนือเขื่อนนี้จะเจอกับวิวแบบพาโนราม่าของแม่น้ำโคโลราโด้ และทะเลสาบมี้ด (Lake Mead) ความไฮโซอีกอย่างก็คือบนสะพานยังสามารถมองเห็นวิวแบบมุมสูง เห็นส่วนประกอบทางกลไกต่างๆ ของเขื่อนได้เลย ว้าววว

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากรัฐเนวาด้าไปรัฐอริโซน่า (Arizona) หลังจากข้ามสะพานยาว 579 เมตรไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหลงนะคะ เพราะจะมีป้ายข้อมูลบอกมากมายเลยทั้งก่อน และระหว่างเดินบนสะพาน ดีงามอะไรเบอร์นี้

ที่สะพานอนุสรณ์ไมค์ โอ คอลล็ากแฮน-แพท ทิลแมน มีที่จอดรถจำกัด สงวนไว้เฉพาะแขกที่มาเยือนเท่านั้น สำหรับรถทัวร์ที่มาแกรนด์ แคนยอนสามารถข้ามสะพานได้แต่ไม่อนุญาตให้จอดรถ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสูงของรถด้วย ที่นี่เค้าเปิด จันทร์ ถึงอาทิตย์ เวลา 9:00 น. ถึง 17:00 น. ค่าเข้าชมทัวร์เขื่อน (Dam Tour) ประมาณ 1,050 บาทต่อคน เด็กอายุต่ำกว่า 8 ขวบ และผู้พิการนั่งวีลแชร์ (Wheelchair) หรือใช้ไม้ค้ำไม่สามารถเข้าชมน้า

ค่าเข้าชมทัวร์โรงไฟฟ้า (Power Plant Tour) ประมาณ 385 บาทสำหรับผู้ใหญ่อายุ 17-61 ปี และประมาณ 315 บาทสำหรับอายุ 62 ปีขึ้นไป รวมถึงทหารสหรัฐที่ยังประจำการ และเด็กอายุ 4-16 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ฟรีจ้าา สำหรับทัวร์โรงงานไฟฟ้าไม่มีข้อจำกัดเรื่อง อายุ ความสูง หรือน้ำหนักสำหรับการเข้า ที่จอดรถตรงข้ามศูนย์บริการนักท่องเที่ยวคิดราคาที่ 245 บาท ค่าเข้าชมศูนย์นักท่องเที่ยวอยู่ที่ 280 บาท

เที่ยวภูเขาหินแดง (Red Rock Canyon)

พื้นที่อนุรักษ์แห่งชาติภูเขาหินแดง (Red Rock Canyon) ในเขตเคาท์ตี้ รัฐเนวาด้า เป็นพื้นที่ที่ได้รับการจัดการโดยสำนักงานจัดการที่ดิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบอนุรักษ์ภูมิทัศน์แห่งชาติ จึงได้รับการคุ้มครองในฐานะพื้นที่อนุรักษ์แห่งชาติ ภูเขาหินแดงตั้งอยู่ห่างจากลาสเวกัสไปทางตะวันตก 24 กิโลเมตร สามารถเห็นได้ง่ายจากเดอะสตริป ลาสเวกัส มีผู้คนมากกว่าสองล้านคนมาเยี่ยมชมทุกปีค่ะ

ภายในบริเวณพื้นที่อนุรักษ์แสดงชุดการก่อตัวของหินสีแดงขนาดใหญ่ ชุดยอดหินทราย และลักษณะที่ก่อตัวคล้ายผนัง จะถูกเรียกว่า คีย์สโตน ตรัส (Keystone Thrust) ซึ่งตัวกำแพงมีความสูงถึง 910 เมตร ทำให้กลายเป็นสถานที่ปีนเขายอดนิยม จุดที่สูงที่สุดคือภูเขาลา มาเดร (La Madre Mountain) มีความสูงถึง 2,485 เมตรเล้ยย ว้าววว!!

ด้วยถนนลูปทางเดียวยาว 21 กิโลเมตร จึงสามารถนำยานพาหนะเข้าไปในพื้นที่หลายจุดได้ มีถนนสองสามแห่ง รวมถึงบริเวณที่จอดรถ สามารถเป็นจุดเข้าไปถึงทางเดินที่นักท่องเที่ยวสามารถตามรอยได้ ศูนย์นักท่องเที่ยวจะตั้งอยู่ที่จุดเริ่มต้นของถนนลูปทางเดียวที่ว่านี้ และถนนนี้ยังเป็นที่นิยมสำหรับการมาทัวร์ด้วยจักรยาน โดยเส้นทางจะเริ่มด้วยการขึ้นแบบชันปานกลาง จากนั้นจะเป็นทางลักษณะลงต่ำ และพื้นที่ราบซะเป็นส่วนใหญ่

ที่สเตท รูท 159 (State Route 159) ทางหลวงที่จะตัดผ่านถนนไม่มีชื่อแต่สามารถพาเราเข้าไปถึงภูเขาแดงได้ ต้องใช้รถออฟโรด (Off-Road) หรือยานพาหนะทรงสูงเท่านั้นนะคะ เราสามารถเห็น หน้าผาวิลสัน (The Wilson Cliffs) กำแพงหินคีย์ สโตน ตรัส ได้ทางตะวันตกของสเตท รูท 159 หรือ เอสอาร์ 159 (SR 159) นี่เอง

หากมุ่งหน้าไปทางใต้สุดของพื้นที่อนุรักษ์แห่งชาติภูเขาหินแดงจะเจอกับ อุทยานแห่งชาติสปริง เมาท์เทน แรนช์ สเตท พาร์ค (Spring mountain Ranch State Park) บอนนี่ สปริง แรนช์ (Bonnie Springs Ranch) รวมถึงเมืองจำลองผีตะวันตก หมู่บ้านบลูไดมอนด์ (Village of Blue Diamond) อีกด้วย

กิจกรรมสุดฮิตคือ การมาปีนเขา ขี่จักรยาน ปีนหน้าผา ขี่ม้า หรือจะตั้งแคมป์ในพื้นที่ที่เค้ากำหนดจ้าา กลุ่มนักขับรถ และมอเตอร์ไซต์ก็มักจะรวมตัวกันมาขับผ่านชมวิวในระยะทาง 20 กิโลเมตร แต่งานนี้ไม่อนุญาตให้ใช้รถเอทีวี (ATV) ขับเข้ามานะจ๊ะ

นอกเหนือจากอันตรายที่เห็นได้ชัดจากการปีนหิน หรือหน้าผาแล้ว นักท่องเที่ยวจะได้รับการแจ้งเรื่องอุณหภูมิ ที่บางครั้งอาจร้อนถึง 41 องศาเซลเซียสในช่วงหน้าร้อน พกน้ำมาให้พร้อมด้วยนะจ๊ะ ส่วนนักท่องเที่ยวที่จะไปปีนในพื้นที่ที่ค่อนข้างทุรกันดาร แนะนำไม่ให้ไปคนเดียวค่ะ และจำเป็นต้องแจ้งให้ผู้อื่นทราบถึงแผนการเดินทางด้วย เพราะมีความเสี่ยงอื่นๆ สำหรับการมาเที่ยวที่นี่ อาจเจอกับงูหางกระดิ่ง น้ำท่วมฉับพลัน ฟ้าผ่า หรือพายุฝนฟ้าคะนอง ฮึบ! ฮึบ! ใจพร้อมล๊าวว กายพร้อมล๊าวว ไปเที่ยวกัลลล

lek

lek

Leave a Reply

LEAVE A COMMENT