ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในฝัน

8 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในยิบรอลตาร์ (Gibraltar)

เที่ยวยิบรอลตาร์ ดินแดนเล็กๆ ที่ไม่ธรรมดาของเครือจักรภพของอังกฤษ มีพื้นที่เพียง 6.5 ตารางกิโลเมตร ประชากรประมาณ 33,000 คน ตั้งอยู่ใต้สุดของคาบสมุทรไอบีเรีย ประตูสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่เชื่อมต่อไปสู่ยุโรปและแอฟริกา แหล่งศูนย์กลางท่าเรือขนส่งสินค้าทางทะเล และเรือสำราญที่คับคั่งไปด้วยนักท่องเที่ยว ซึ่งไฮไลท์ของเมืองนี้ คือโขดหินยิบรอลตาร์ (Rock of Gibraltar) หนึ่งในเส้นท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่สำคัญของโลก และสนามบินริมทะเลที่สุดแปลกพิสดาร ตรงที่ใช้รันเวย์เป็นถนนร่วมกับรถยนต์ได้อย่างปลอดภัย
หญิงปุ๊กพาเที่ยวบ้านเมืองจะสวยงามขนาดไหน และมีที่เที่ยวที่ไหนไม่ควรพลาดบ้าง ลุยกันเลย!!-

เที่ยวประภาคารยูโรปาพ้อยท์ (Europa Point)

ประภาคารขนาดใหญ่สีขาวสลับกับสีแดง มองเห็นมาแต่ไกลเลยจ้า ตั้งอยู่ปลายแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลของคาบสมุทรยิบรอลตาร์ เหนือระดับน้ำทะเล 49 เมตร สร้างขึ้นในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 ส่องแสงนำทางเรือเดินทะเล และติดตั้งปืนใหญ่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อดูแลความปลอดภัย ต่อในปี ค.ศ. 2013 ได้สร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงอดีตนายกรัฐมนตรีแห่งโปแลนด์ พันธมิตรแห่งอังกฤษ ได้เสียชีวิตเหนือน่านฟ้ายิบรอลตาร์

ที่ปลายประภาคารเราสามารถยืนชมวิวทะเลรับลมเย็นๆ ได้สบาย และถ้าโชคดีหน่อยจะได้เจอ เจ้าปลาโลมาแวะมาทักทายอวดความน่ารักให้ได้ยิ้มกัน ^3^ บริเวณใกล้เคียงกันนั้นมีมัสยิด Ibrahim-al-Ibrahim Mosque สีขาวสูงโดดเด่นตั้งอยู่ริมทะเล นอกจากนี้ยังมีโบสถ์ Shrine of Our Lady of Europe รูปทรงสี่เหลี่ยมสูง ภายในมีรูปปั้นพระแม่มารีนั่งบนบัลลังก์กำลังอุ้มเด็ก แกะสลักด้วยไม้ลงรักสีแดง น้ำเงิน และสีทอง ซึ่งเปรียบเสมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นขวัญกำลังใจให้บรรดาเรือเดินทะเลที่แล่นผ่านไปมาได้เคารพบูชา ขอพรให้เดินทางอย่างปลอดภัย

credit: www.visit-andalucia.com By Nick Nutter

เที่ยวชมวานรน้อย บนยอดเขายิบรอลตาร์ (The Apes of Gibraltar)

ลิงจั๊กๆ รักจริงๆ ตามมาดูลิงไร้หางสายพันธ์บาร์บารี (Barbary macaque) เป็นหนึ่งสีสันที่พลาดไม่ได้ สำหรับการมาเยี่ยมเยือนยอดเขายิบรอลตาร์เลยน้า บนยอดเขามีลิงอาศัยอยู่บน ประมาณ 200 – 300 ตัว และเจ้าพระเอกของที่นี่ก็คือ…. ลิงตัวผู้จะกะเตงลูกน้อยไว้ที่หน้าอกตลอดเวลา ณ จุดนี้ทำให้เหล่านักวิจัยทั้งหลาย ต่างพากันงง และงงว่า เฮ้ยยย ปกติ มาม๊าต้องอุ้มหนูไม่ใช่เหรอ ปะป๊าอินเนอร์แรงแซงหน้าแม่นะลูกกก 555 และแล้วนักวิจัยก็ได้รู้ว่า ลิงตัวผู้กะเตงลูกลิงน้อยไว้เป็นตัวเชื่อม เพื่อปฏิสัมพันธ์กับลิงตัวผู้ตัวในฝูงเดียวกัน ซึ่งบางครั้งบรรดาลิงตัวผู้ ก็จะช่วยเหลือดูแลลูกลิงระหว่างกันและกันอีกด้วย แหมช่าง น่ารักจุงเบย พ่อลิงน้อย

ขอแนะนำว่าไปช่วงเดือนเมษายนถึงตุลาคมของทุกปี จะสะดวกและไม่เหนื่อยมาก เพราะว่ากระเช้าลอยฟ้าจะหยุดจอดที่สถานี Ape ‘s Den ระหว่างทางที่อยู่บนกระเช้าลอยฟ้า เพลิดเพลินไปกับการชมวิวแบบ 360 และเมื่อถึงสถานีก็ลงไปเดินเล่นถ่ายรูปกับเหล่าฝูงลิงได้ แต่ก็เราต้องระวังกระเป๋าหรือข้าวของกันหน่อยนะ เพราะว่าลิงบางตัวอาจจะตกใจ และทำให้เราบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจ หรืออาจขโมยข้าวของได้ และที่สำคัญมีกฎห้ามใครให้อาหารลิงเด็ดขาด !!! ถ้าใครฝ่าฝืนจะถูกจับปรับจนกระเป๋าตังค์แบนแฟ่บก่อนเที่ยวจบทริปได้นะจ๊ะ

เที่ยวเขตอนุรักษ์ธรรมชาติของยิบรอลตาร์และกระเช้าลอยฟ้า (The Gibraltar Nature Reserve & Cable Car)

เขตอนุรักษ์ธรรมชาติของยิบรอลตาร์ หรือที่เรียกกันว่าโขดหินยิบรอลตาร์ (Rock of Gibraltar) หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่สำคัญของโลก ในอดีตเคยเป็นอดีตฐานทัพของอังกฤษ จุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มองเห็นวิวพาโนรามา 360 องศา ได้ถึง 3 ประเทศ ทั้งยิบรอลตาร์ สเปน และโมร็อกโก ที่ใครได้ขึ้นไปต้องว้าว 10 10 10 เลยทีเดียว ขอบอกว่าอากาศก็ดีสุดๆ มีทั้งป่าเขาสีเขียว และท้องทะเลสีฟ้าคราม ลิงจ๋อจอมซน เหล่าฝูงนกนางนวลที่อพยพตามฤดูกาล บริเวณช่องแคบยิบรอลตาร์ เพื่อเป็นจุดพักระหว่างบินไปที่จะบินข้ามทะเลไปสู่แอฟริกา

ตลอดเส้นทางเดินบนเขาก็มีป้ายแนะนำแหล่งท่องเที่ยว ทั้งเสาหินแห่งเฮอร์คิวลีส (Pillars of Hercules) มหานครแอตแลนตีสในตำนานกรีก และจุดสูงสุดของยอดเขาชาร์ลส์โอฮาร่า แบตเตอรี่ (O’Hara’s Battery) ซึ่งตั้งชื่อตามผู้ว่าของยิบรอลตาร์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1890 ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ได้ติดตั้งปืนใหญ่แบบแบตเตอรี่ บรรจุกระสุนขนาด 6 นิ้ว เพื่อคอยดูแลสังเกตการณ์ ป้องกันพื้นที่ทางทะเล

การเดินสามารถขับรถขึ้นไปได้ แต่ถ้าขึ้นกระเช้าจะสะดวกรวดเร็ว และปลอดภัยมากกว่า ค่าขึ้นกระเช้าลอยฟ้าไปเขตอนุรักษ์ธรรมชาติของยิบรอลตาร์ สำหรับผู้ใหญ่ 16.00 ปอนด์ และเด็ก 7.00 ปอนด์ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:30 น. – 19:15 น. ออกทุกๆ 10 ถึง 15 นาที ใช้เวลาแค่แป๊บเดียว 6 นาที ก็ขึ้นถึงยอดเขาที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 412 เมตร ระหว่างทางขึ้นไปก็ชมวิวเมืองยิบรอลตาร์ และน้ำทะเลของทั้งสองทวีป ที่มีช่องแคบยิบรอลตาร์คั่นกลาง ขอบอกว่าคุ้มค่ากระเช้ามากจ้า

เที่ยวถ้ำเซนต์ไมเคิล (St. Michael’s Cave)

ถ้ำเซนต์ไมเคิล หนี่งเดียวในกว่าร้อยถ้ำของหน้าผาหินยิบรอลตาร์ ที่โดดเด่นอลังการงานสร้าง ตั้งแต่สมัยวิคตอเรีย ได้ใช้พื้นที่ภายในถ้าจัดงานแต่งงาน ปิกนิกปาร์ตี้ต่างๆ และในสงครามโลกครั้งที่สอง เคยใช้เป็นโรงพยาบาลรักษาดูแลทหารยามบาดเจ็บจากการสู้รบ ปัจจุบันถ้ำแห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ใครไม่มาถือว่าพลาดนะจ๊ะ ภายในถ้ำนอกจากจะเต็มไปด้วยหินงอก หินย้อยตามธรรมชาติแล้ว ยังแต่งแต้มสีสันไฟประดับได้อย่างสวยงามวิบวับไปทั่ว จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม มีผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคนต่อปี แถมยังเป็นสถานที่จัดประกวดนางงามประจำปี คอนเสิร์ต และโรงละครบรรจุคนได้กว่า 400 คนเลยทีเดียว

เที่ยวสกายวอล์ก และสะพานแขวนวินด์เซอร์ (Gibraltar Sky walk & Windsor Suspension Bridge)

ไปท้าทายความสูงกับทางเดินสุดเเสียวที่ สกายวอล์กกระจกใสวัดใจ บนยอดเขาความสูงเหนือน้ำทะเลถึง 340 เมตร ใช้ท่อนเหล็ก 18 ชิ้น น้ำหนักกว่า 60,000 ปอนด์ ต่อเชื่อมผูกตรึงกับหน้าผาหิน และฝังตามยอดหิน พื้นทางเดินเป็นกระจกใสสี่ชั้น มองลงไปเห็นเหวลึกอยู่ข้างล่างอย่างชัดเจน ทางเดินจะเชื่อมต่อกันไปมาระหว่างสันเขา มีทั้งแบบลาดแบบเอียงให้เสียวเล่นด้วยนะตัวเธอ งานนี้สายโหด สายลุยต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งปวงจร้า

เสร็จแล้วก็ไปเดินวัดใจกันเบาๆ กันที่สะพานแขวนวินด์เซอร์ ความยาวถึง 71 เมตรเหนือหุบเขา ความสูงถึง 50 เมตร ชมวิวทิวทัศน์อันตระการตาเหนืออ่าวยิบรอลตาร์ จนพระอาทิตย์ตกดินลับขอบฟ้าบนขอบน้ำทะเลไปพร้อมกัน รับรองว่าเราต้องประทับไว้ในความทรงจำแน่นอนค่ะ

credit: www.realmetro.com/skywalk-in-gibraltar/

เที่ยวปราสาทแขกมัวร์ (The Moorish Castle)

มาเดินชิคๆ ชมปราสาทแขกมัวร์ ที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือเมืองเก่าของยิบรอลตาร์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 8 โดดเด่นเห็นมาแต่ไกลปู้นนนน นั่นก็คือหอคอยมะดีนะฮ์ อัลฟัตฮ์ ขนาดใหญ่ที่สูงที่สุดในคาบสมุทรไอบีเรีย สถาปัตยกรรมตามหลักศาสนาอิสลาม ส่วนบนยอดหอคอยเป็นห้องนั่งเล่น และห้องอาบน้ำของชาวมัวร์ในอดีต ด้านในของตัวปราสาทจัดแสดงพรมทอมือ ที่ใช้ทอผ้าของชนเผ่าเบอร์เบอร์ (Berber people) กลุ่มชาติพันธุ์ของแอฟริกาเหนือทางตะวันตกของลุ่มแม่น้ำไนล์ มีเรื่องเล่ากันว่าลายพรมนั้น เป็นรหัสลับส่งสารการรบ และปกครองเมืองแห่งนี้ เพราะว่าลวดลายบนพรมนั้น มีความละเอียดลออเป็นอย่างสูง จนทำให้ในชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งจะใช้สายตา เพื่อการทอพรมได้เพียงแค่สามผืนเท่านั้น นอกจากนี้บนตัวปราสาทก็สามารถชมได้ทั้ง วิวท้องทะเลได้ชัดเจน และมองเห็นเมืองเก่าแหล่งร่วมร้านค้า ร้านอาหารคาเฟ่ แหล่งบันเทิงเกร๋ๆ มากมาย

ปราสาทจะเปิดให้เข้าชมได้ทุกวันจันทร์ – อาทิตย์ เวลา 09:30 น. – 18:15 น. และค่าเยี่ยมเข้าก็จะรวมอยู่ในแพ็คแก็จ สถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมดใน Gibraltar Upper Rock Nature Reserve ผู้ใหญ่ ราคา 12.00 ปอนด์ และเด็กอายุ 5 – 11 ราคา 7.00 ปอนด์


credit: www.timetravelturtle.com/the-rock-of-gibraltar

เที่ยวถนนสายหลักและจัตุรัส Casemates (Casemates Main Street and Casemates Square)

ขาช็อปต้องมาที่นี่เลยจ้า !!! ถนนสายหลัก แหล่งช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์ดังปลอดภาษี ในราคาเบาๆ สบายกระเป๋า ให้เราได้เลือกชมเลือกซื้อกันได้อย่างจุใจ ในบรรยากาศเมืองท่าตากอากาศริมทะเลคูลๆ หรือจะนั่งชิลจิบชากาแฟ ดื่มด่ำไปกับเมืองเก่าย่านจัตุรัส Casemates ที่เต็มไปด้วยร้านค้า ผับบาร์คาเฟ่ชิคๆ ลองลิ้มชมรสชาติอาหารหลากหลายสไตล์ ที่ผสมผสานรสชาติของอังกฤษ มอลตา อิตาลี และสเปนให้ได้อร่อยกันในหลากหลายเมนู แล้วก็ไปชมโบสถ์ The Cathedral of the Holy Trinity ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก สถาปัตยกรรมแบบมัวร์ โดดเด่นด้วยซุ้มโค้งรูปทรงเกือกม้า ภายในตกแต่งด้วยกระจกสีสันสดใส นอกจากนี้ถนนสายหลักและจัตุรัส Casemates ยังเป็นสถานที่สำหรับเฉลิมฉลองวันชาติ ลานเอนกประสงค์จัดเทศการดนตรี สตรีทฟู้ดกลางแจ้งได้อีกด้วย เรียกได้ว่ามาเดินรอบเดียวเที่ยวได้ครบจบ อิ่มชิมช็อปใช้ตังค์มันส์กระจาย 555

   

เที่ยวอุโมงค์ Great Siege (Great Siege Tunnels)

ท ทหารอดทน เฮ้ๆๆ แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ อุโมงค์หินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ทางเหนือสุดของยอดเขายิบรอลตาร์ สร้างขึ้นจากความทรหดอดทนของเหล่าทหารอังกฤษ ที่ทั้งขุดและเจาะผนังหินความยาวประมาณ 1,200 เมตร ระหว่างปี ค.ศ. 1779 – 1783 ในช่วงสงคราม Great Siege เพื่อเป็นฐานที่มั่นสำหรับยิงปืนใหญ่ใส่ทหารสเปน และฝรั่งเศสที่ร่วมมือกัน ต่อสู้แย่งชิงยิบรอลตาร์คืนจากอังกฤษ ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรจำนวนกว่า 20,000 นาย ก็ได้ขุดขยายถ้ำเพิ่มเติม และอาศัยอยู่ภายในที่ติดตั้งปืนใหญ่ ไว้ค่อยซุ่มยิงฝ่ายตรงกันข้าม ปากทางเข้าของอุโมงค์มีภาพประติมากรรมปูนปั้นของ George Augustus Eliott ผู้บัญชาการของอังกฤษ ด้านในมีทางเดินทะลุถึงกันมากมาย เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ อาวุธปืนใหญ่แบบวิคตอเรีย น้ำหนัก 64 ปอนด์ ให้เราได้ยืนถ่ายรูปเทห์ๆ ทริปนี้เที่ยวไปได้ความรู้ไปด้วยจ้า

 

  

care

care

LEAVE A COMMENT