Chinese (Simplified)Chinese (Traditional)EnglishFrenchJapaneseRussianThai


ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในฝัน

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในวอชิงตัน ดี.ซี. Washington D.C.

เที่ยววอชิงตัน ดี.ซี. ถ้าพูดถึงจุดศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และเรื่องของการบ้านการเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว เชื่อว่าชื่อของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (Washington D.C.) จะต้องขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ แน่นอนค่า ที่นอกจากจะเป็นต้นกำเนิดของประชาธิปไตยในประเทศแล้ว ยังเต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ อนุสรณ์สถาน และอนุสาวรีย์อันทรงคุณค่า ไปจนถึงอาหารท้องถิ่นรสเลิศ ใครได้ลองชิมแล้วจะต้องติดอกติดใจจนอยากกลับมาอีกครั้งเลยล่ะค่าา เกริ่นมาขนาดนี้ พร้อมไปเที่ยวกันรึยังคะ ถ้าพร้อมแล้ว ไปกันเล้ยย!

เที่ยวเนชันแนล มอลล์ (National Mall)

สัมผัสกับบรรยากาศท้องฟ้าโปร่งตัดกับภาพอนุสาวรีย์วอชิงตัน (Washington Monument) ที่สูงตระหง่านล้อมรอบไปด้วยอาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา (U.S. Capitol) และอนุสรณ์สถาน ลินคอล์น (Lincoln Memorial) อันทรงเกียรติ เห็นแล้วทำให้นึกถึงภาพในหนังฮอลลีวูดหลายเรื่องขึ้นมาทันทีเลยค่า

เนชันแนล มอลล์ (National Mall) ตั้งอยู่ใจกลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กินพื้นที่ราวๆ เกือบ 3 กิโลเมตร จากอนุสรณ์สถานลินคอล์นทางฝั่งตะวันตก ไปจบที่อาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกาทางฝั่งตะวันออก โดยตั้งอยู่ระหว่าง ถนน Independence Avenue และถนน Constitution Avenue โอ้โห! กว้างอะไรขนาดนั้นน

 

พอมองไปด้านหน้าอาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา ก็จะพบกับแนวผืนหญ้าสีเขียวทอดยาวดูแล้วผ่อนคลาย สบายตา สวยสมกับฉายา “สนามหญ้าหน้าบ้านประเทศสหรัฐอเมริกา” (America’s Front Yard) จริงๆ เลยค่า

ที่นี่ได้รวบรวมทั้ง อดีต ปัจจุบัน และอนาคต เข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอนุสาวรีย์และอนุสรณ์สถานมากมายที่แสดงถึงความเสียสละของเหล่าบรรพบุรุษและวีรบุรุษทั้งหลายของชาวอเมริกันที่ทำประโยชน์และรับใช้เพื่อบ้านเมือง และยังเป็นสถานที่กำเนิดวาทะอันโด่งดัง “ข้าพเจ้ามีความฝัน” (“I Have a Dream”) ของมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (Martin Luther King Jr) นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวผิวสี ไปจนถึงอนุสรณ์จากงานควิลท์ (Quilt) ที่ระลึกถึงผู้เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ (AIDs Quilt)

นอกจากนี้ยังใช้เป็นเวทีแสดงออกถึงการเคลื่อนไหวต่างๆ รวมทั้งการเฉลิมฉลองสำคัญๆ ระดับประเทศ หรือการมารวมตัวกันเพื่อแสดงสิทธิ แสดงเสียงของตนเองกันอีกด้วยค่ะ

ใครที่ชอบถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ ต้องมาลองถ่ายภาพบรรยากาศยามค่ำคืนของที่นี่ดูสักครั้งนะคะ จะได้ภาพเวลาที่แสงจันทร์ตกกระทบกับอนุสาวรีย์ และอนุสรณ์สถานของที่นี่ก็จะสวยละมุนไปอีกแบบ นอกจากจะได้นั่งเพลิดเพลินชมบรรยากาศสบายๆ กับครอบครัวแล้ว ยังจะได้รับแรงบันดาลใจดีๆ จากสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้กลับติดเป็นของแถมกลับบ้านไปด้วยแน่นอนค่า

 

เที่ยวอนุสาวรีย์วอชิงตัน (Washington Monument)

แว็บแรกที่เห็นอนุสาวรีย์วอชิงตัน (Washington Monument) ต้องตะลึงในความสูง เสียดฟ้า ของเค้ามากๆ และก็ไม่แปลกใจเลยค่ะที่ที่นี่เคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลก! ด้วยความสูงกว่า 555 ฟุต มาแล้ว

ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ นาย จอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกาค่ะ ตั้งอยู่ใจกลาง เนชันแนล มอลล์ ระหว่าง อาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา (United States Capitol) และอนุสรณ์สถาน ลินคอล์น (Lincoln Memorial) ได้รับการอุทิศอย่างเป็นทางการ โดยประธานาธิบดี เชสเตอร์ อาร์เธอร์ (Chester Arthur) ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1885 และเปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่ ตุลาคมปี ค.ศ. 1888

ใครที่เซย์ กู๊ดบายเพราะเห็นความสูงสุดลูกหูลูกตานี้ คิดว่าต้องเดินขึ้นไปเหนื่อยแน่ๆ อยากบอกว่าเปล่าเลยจ้า เพราะภายในเค้ามีลิฟต์ ที่ใช้แทนการเดินขึ้นบันไดกว่า 897 ขั้น ให้ด้วย ใครที่ชอบจุดชมวิวสวยๆ และชื่นชอบสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์แบบนี้ ไม่ควรพลาดนะจ๊ะ

ที่นี่เปิดทุกวัน เวลา 9:00 น.-17:00 น. ยกเว้น วันที่ 4 กรกฏาคม และ 25 ธันวาคม เข้าเยี่ยมชมรอบสุดท้ายเวลา 16:00 น. เด็กอายุ 2 ขวบขึ้นไป ไปจนถึงผู้ใหญ่ สามารถรับตั๋วระบุเวลาเข้าชมฟรีได้ ตั้งแต่เวลา 8:30 น. ดูข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับตั๋ววัน และเวลาเข้าชมได้ที่ https://www.nps.gov/wamo/planyourvisit/fees.htm ขณะนี้ปิดทำการ  จะเปิดให้เข้าชมได้อีกครั้ง ฤดูใบไม้ผลิปี 2019 จ้า

เที่ยวอาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา (United States Capitol)

ใครที่สนใจในเรื่องของประชาธิปไตย พลาดไม่ได้เลยค่ะกับการมาเยือน อาคารรัฐสภาของสหรัฐอเมริกา (United States Capitol) ซึ่งเป็นสถานที่ที่วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรมารวมตัวกันเพื่อหารือ อภิปราย และพิจารณานโยบายระดับประเทศมานานกว่า 2 ศตวรรษ เป็นทั้งอนุสาวรีย์ อาคารและสำนักงาน รวมถึงเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงถึงความเป็นประชาธิปไตยในระดับสากลด้วยค่ะ

อาคารรัฐสภาของสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตันดี.ซี. ทางด้านตะวันออกของเนชันแนล มอลล์ (National Mall) และได้รับการคัดเลือกการออกแบบโดยอดีตประธานาธิบดี จอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ในปี ค.ศ. 1793 ถูกจัดให้เป็นสถาปัตยกรรมที่น่าประทับใจและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของโลก! ซึ่งได้ผ่านมาหมดแล้วค่ะไม่ว่าจะเป็นการถูกสร้าง ถูกเผา ขยายต่อเติมแล้วก็บูรณะใหม่ ถ้าเป็นชีวิตคนก็ต้องบอกว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมาหมดแล้วนั่นเอง

ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่อนุสาวรีย์สำหรับผู้ที่สร้างขึ้นมาเท่านั้นนะคะ แต่เป็นอนุสาวรีย์ของชาวอเมริกัน และของรัฐบาลของคนอเมริกัน และยังเป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะและประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาอีกด้วยค่ะ ในแต่ละปีจะมีผู้คนมากกว่า 3-5 ล้านคนจากทั่วโลก แวะเวียนมาเยี่ยมชม ใครที่สนใจเรื่องราวของกฎหมาย การปกครอง และชอบงานศิลปะ ก็ต้องไม่พลาดไปเช็คอินกันนะจ๊ะ

เวลาเข้าชมคือ 8:40 น.-15:20 น. สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมสามารถติดต่อที่ ศูนย์นักท่องเที่ยว (U.S. Capital Visitor Center) เปิดวันจันทร์ถึงวันเสาร์ 8:30 น. -16:30 น. และสามารถจองวันเวลาเข้าชมได้ที่ https://tours.visitthecapitol.gov/cvc#.WxDxBTaUckt ไม่มีค่าเข้าชมจ้า

 

เที่ยวอนุสรณ์สถานลินคอล์น (Lincoln Memorial)

อนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นาย อับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln) ประธานาธิบดีคนที่ 16 ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของเนชันแนล มอลล์ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ใครที่อยากได้รูปสวยๆ เป็นที่ระลึก จะกระซิบบอกให้ค่ะว่า ให้เข้าไปทางด้านฝั่งตะวันออกของ อนุสาวรีย์ วอชิงตัน (Washington Monument) และอนุสรณ์สถานสงครามโลกครั้งที่ 2 (National World War II Memorial) ถ้าถ่ายจากมุมนี้จะได้รูปภาพสะท้อนจากสระน้ำ ตัดกับโครงสร้างตึกที่ยิ่งใหญ่สมเกียรติอดีตผู้นำที่ยิ่งใหญ่แห่งสหรัฐอเมริกา สวยงามมากๆ ค่ะ และเมื่อเดินเข้าไปใกล้มากขึ้น ก็จะเห็นภาพของตึกดูใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ หูววว น่าสนใช่มั้ยล่า


ส่วนหนึ่งของการออกแบบที่นี่ได้แรงบันดาลใจมาจากวัดกรีกโบราณ ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น เสาหินอ่อนที่เห็นอยู่รอบตึกจำนวน 36 ต้น ก็ถูกหล่อขึ้นตามจำนวนรัฐในสหรัฐอเมริกา ณ เวลาที่ท่านอดีตประธานาธิบดี ลินคอล์น ได้เสียชีวิตลงนั่นเอง

ที่นี่มีขนาดลึกถึง 190 ฟุต กว้าง 119 ฟุต และสูงเกือบๆ 100 ฟุต ภายในมีรูปปั้นของท่านประธานาธิบดีลินคอล์น หนักกว่า 175 ตัน ที่ออกแบบโดยชาวฝรั่งเศส นาย เดเนียล เชสเตอร์ (Daniel Chester) โดยรูปปั้นของท่านจะมองออกมาด้านนอกบ่งบอกถึงความมุมานะต่อสู้อย่างหนัก เพื่อรักษาและรวมประเทศนี้ให้เป็นหนึ่ง เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:30 น. – 22:00 น.  ไม่มีค่าเข้าชมจ้า

 

เที่ยวไวท์ เฮ้าส์ (White House)

ไวท์ เฮาส์ (White House) หรือที่เราเรียกกันคุ้นหูว่าทำเนียบขาว เป็นอาคารสำนักงานสีขาวตั้งสวยตระหง่าน มีประวัติความเป็นมายาวนานมากก นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1791 ที่ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา นายจอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ได้เลือกทำเลที่ตั้งเพื่อก่อสร้างไวท์ เฮาส์ แห่งนี้ขึ้น โดยใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 8 ปี ต่อมาในปี ค.ศ. 1800 อดีตประธานาธิบดีจอร์น อดัม (John Adams) และภริยา เอบิเกล (Abigail) ได้ย้ายเข้ามาอยู่ ซึ่งท่านนับเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐที่เข้ามาพำนักในไวท์ เฮาส์แห่งนี้เลยค่ะ

และกว่าจะมาเป็นไวท์ เฮาส์ ที่เรารู้จักหรือเห็นในหนังภาพยนตร์ฮอลลีวูด และซีรีส์อเมริกันสุดมันทั้งหลาย ก็ได้มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และต่อเติมขยายมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง จนเมื่อปี ค.ศ. 1902 เป็นปีที่มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ รวมถึงการย้ายสถานที่ทำงานของประธานาธิบดีจากชั้น 2 ของที่พำนัก มายังที่มีการก่อสร้างใหม่เพิ่มเติมที่เรียกว่า เวส วิง (West Wing)

ห้องทำงานรูปไข่ของอดีตประธานาธิบดีวิลเลี่ยม โฮวาร์ด ทัฟ (William Howard Taft) อยู่ภายในปีกสำนักงานที่หลายๆ คนคงจะพอคุ้นตากับภาพของห้องทำงานรูปไข่จากหนังฮอลลีวูดชื่อดัง อย่างเช่นเรื่อง Absolute Power หรือ Air Force One ที่คุณลุงแฮร์ริสัน ฟอร์ด แสดงไว้นั่นเอง

ถ้าพูดถึงห้องต่างๆ ที่นี่ก็มีมากมายอลังการสมฐานะเลยค่า มีห้องถึง 132 ห้อง ห้องน้ำ 35 ห้อง ที่พำนัก 6 ระดับ 412 ประตู หน้าต่าง 147 บาน เตาผิง 28 เตา บันได 8 จุด และลิฟต์ 3 ตัว และต้องใช้สีทาทั้งหมดกว่า 570 แกลลอน อื้อหือออ แค่เห็นก็มึนตั้งแต่จำนวนห้องแล้วจ้า แถมห้องครัวที่นี่ยังสามารถบริการแขกได้มากถึง 140 คน หลายครั้งในประวัติศาสตร์จึงถูกเรียกว่าเป็นพระราชวังของประธานาธิบดี (President’s Palace) บ้าง บ้านของประธานาธิบดี (President’s House) บ้าง หรือบางคนก็บอกว่าเป็นคฤหาสน์ของผู้บริหาร (Executive Mansion) เลยก็มีนะคะ

ปัจจุบัน ไวท์ เฮ้าส์ เป็นทั้งที่พำนักของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและครอบครัว และเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของอเมริกา รู้อย่างนี้แล้วพลาดไม่ได้ที่จะต้องมาเห็นด้วยตาสักครั้งนึงในชีวิตเลยค่า

สำหรับการเข้าเยี่ยมชมภายในต้องวางแผนล่วงหน้านิดนึงนะคะ โดยต้องกรอกแบบฟอร์มเข้าชม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.whitehouse.gov/about-the-white-house/tours-events/ หรือติดต่อสำนักงานนักท่องเที่ยว ไวท์ เฮาส์ (White House Visitor Office) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ (202) 456-7041

และสำหรับการกรอกแบบฟอร์มสำหรับคนไทยสามารถติดต่อ สถานทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. (Royal Thai Embassy, Washington D.C.) เพื่อช่วยเหลือในเรื่องการกรอกแบบฟอร์มที่ http://thaiembdc.org/contact/

อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับการเข้าชมคือ ศูนย์นักท่องเที่ยวไวท์ เฮาส์ (White House Visitor Center) ซึ่งรวบรวม วีดีโอ และนิทรรศการที่ได้แสดงประวัติของไวท์ เฮาส์ เอาไว้ สามารถเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7:30 น.-16:00 น. ไม่มีค่าใช้จ่าย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://washington.org/find-dc-listings/white-house-visitor-center

ขอบคุณภาพจาก :

https://en.wikipedia.org , www.whitehousehistory.org , www.talentneeds.com

 

เที่ยวสถาบันสมิธโซเนี่ยน (Smithsonian Institution)

มาถึงวอชิงตัน ดี.ซี. ทั้งทีจะไม่มาที่ สถาบันสมิธโซเนี่ยน (Smithsonian Institution) ที่ถูกออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์แบบปราสาทในยุคศตวรรษที่ 19 ได้ยังไงเพราะที่นี่เป็นศูนย์กลางสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นจุดสตาร์ทที่ดีที่สุดที่เราจะได้ค้นพบและผจญภัยไปในโลกของพิพิธภัณฑ์ รวมถึงศูนย์วิจัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกเชียวนะคะ

โดยที่นี่จะรวบรวมเอาไฮไลท์ของแต่ละพิพิธภัณฑ์กว่า 17 แห่ง รวมถึงงานแกลลอรี่ และสวนสัตว์เอาไว้ด้วยกัน เราจะได้อัพเดทสถานการณ์หรือข้อมูลใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละพิพิธภัณฑ์ ตั้งแต่การกำเนิดมนุษย์ไปจนถึงประวัติศาสตร์ศิลปะจากวัตถุเกือบ 140 ล้านชิ้น! ที่ค้นพบจากหลากหลายทวีป เรียกได้ว่าเป็นแหล่งที่รวบรวมสมบัติทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจและดีที่สุดในโลกใบนี้เอาไว้ด้วยกัน แถมยังไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียวในการเข้าชม สุดยอดดดดไปเลยจ้า แถมที่นี่ยังมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำสำหรับการเยี่ยมชมอีกด้วยนะจ๊ะ ใครว่าของดีไม่มีในโลก ไม่จริ๊งไม่จริง สถาบันสมิธโซเนี่ยนตั้งอยู่ที่ 1000 เจฟเฟอร์สัน ไดร์ฟ ตะวันตกเฉียงใต้ วอชิงตัน ดี.ซี. เปิดเวลา 8:30 น.-17:30 น. ทุกวัน ปิดวันที่ 25 ธันวาคมจ้า

ขอบคุณภาพจาก :

http://www.anamikaojha.com , https://havecamerawilltravel.photoshelter.com

เที่ยวเนชันแนล แอร์ แอนด์ สเปซ มิวเซียม (National Air and Space Museum)

ที่นี่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1946 และเปิดตึกหลักในเนชันแนล มอลล์ ใกล้ๆ กับ ลองฟอง พลาซ่า (L’Enfant Plaza) ในปี ค.ศ. 1976 เป็นสถานที่เที่ยวที่เหมาะกับเด็กๆ มากค่า ขนาดผู้ใหญ่ยังตื่นเต้นเลย ทันทีที่เข้าไปนึกว่าตัวเองได้เข้าไปในฐานทัพอเมริกายังไงยังงั้น >,< เพราะจะได้เห็นเครื่องบินลำโตๆ จรวด ยานอวกาศของจริง ละลานตามากก!

ไม่ว่าจะเป็นยานอะพอลโล 11 (Apollo 11) ยานอวกาศลำแรกที่ลงจอดบนผิวของดวงจันทร์ได้สำเร็จ แคปซูลเฟรนชิพ 7 (Friendship 7) ซึ่งบินโดย จอร์น เกล็น (John Glenn) มนุษย์อวกาศชาวอเมริกันคนแรกที่สามารถโคจรรอบโลกได้สำเร็จ สปิริตออฟเซนต์หลุยส์ (Spirit of St. Louis) ของ ชาร์ลส์ ลินด์เบิร์ก (Charles Lindbergh) นักบินชาวอเมริกันคนแรกที่บินจากมหานครนิวยอร์กไปปารีส ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกโดยไม่หยุดพักเลยแม้แต่นิดเดียว เครื่องบิน เบลล์ เอ็กซ์ วัน (Bell X-1) เครื่องบินลำแรกที่บินได้เร็วกว่าความเร็วเสียง โอ้ว ว้าว หรือแม้แต่เครื่องบินของพี่น้อง ไรท์ (Wright brothers) ซึ่งนับเป็นคนแรกของโลกที่ทำให้ความฝันของมนุษย์กว่าค่อนโลกที่อยากจะบินได้เป็นจริง อื้อหืออ นี่แค่น้ำจิ้มนะคะเนี่ย

ที่นี่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ถึงขนาดในปี ค.ศ. 2016 เคยมีจำนวนผู้เข้าชมมากถึง 7.5 ล้านคน ครองแชมป์พิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก แถมเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาด้วยค่า

เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 10:00 น.-17:30 น. ข้อมูลเพิ่มเติม https://airandspace.si.edu/extended-hours เปิดทุกวันยกเว้นวันที่ 25 ธันวาคม เข้าชมฟรี!

ขอบคุณภาพจาก :

https://en.wikipedia.org , https://novumstructures.com , www.airandspace.si.edu

 

เที่ยวห้องสมุดรัฐสภา (Library of Congress)

พร้อมไปสัมผัสโลกแห่งวรรณคดีและประวัติศาสตร์อันล้ำค่าระดับชาติกันรึยังค้า ตามหญิงปุ๊กมาเลยย! ห้องสมุดรัฐสภา (Library of Congress) เป็นห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่นี่เป็นมากกว่าแค่หนังสือ หรือห้องสมุดธรรมดา เมื่อได้เข้าไปในอาคาร โทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson Building) จะเหมือนถูกลบทุกภาพความทรงจำเกี่ยวกับห้องสมุดที่เคยรู้จักไปอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ เพราะอาคารภายในของที่นี่สวยงามมากกก เป็นสถาปัตยกรรมยุคทองคำที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุด ช่างคุ้มค่ากับการบินข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อได้มาเห็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซแบบนี้จริงๆ สวยสมกับที่ได้เป็นคลังเก็บรวบรวมความรู้ ภูมิปัญญา อันทรงคุณค่าระดับประเทศ ณ จุดนี้ จะไม่ให้เซลฟี่อัพลงอินสตาแกรม ได้ยังไงไหวคะ

นอกจากหนังสือ ภาพถ่าย แผนที่ และสื่อความที่รวบรวมไว้กว่า 164 ล้านรายการแล้ว ยังมีการจัดงานหรืออีเวนท์ต่างๆ อยู่เป็นประจำ บอกได้คำเดียวว่า เลิศ ค่ะ มาห้องสมุดทั้งที ไม่มีงานเกี่ยวกับหนังสือได้ยังไงใช่มั้ยคะทุกคน ที่นี่เค้าจะจัดงานหนังสือแห่งชาติขึ้นทุกปีด้วยจ้า โห หนอนหนังสือจะพลาดได้ยังไง ไม่เพียงแต่เอาใจคอหนังสือเท่านั้น ในช่วงฤดูร้อนของทุกปีที่นี่มักจัดเทศกาลภาพยนตร์กลางแจ้งไว้เอาใจคอภาพยนตร์ด้วยเหมือนกันจ้า ว้าว ปรบมือรัวๆๆ งานนิทรรศการจะหมุนเวียนสับเปลี่ยนมาเรื่อยๆ สามารถตรวจสอบการจัดงานนิทรรศการได้ที่ https://www.loc.gov/exhibits/current/

 

ห้องสมุดรัฐสภาตั้งอยู่บนพื้นที่อาคาร 3 หลังใน แคปปิตอล ฮิล (Capital Hill) กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้แก่ อาคาร โทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson Building) อาคารอนุสรณ์เจมส์ เมดิสัน (James Madison Memorial Building) และอาคาร จอร์น อดัมส์ (John Adams Building)

โดยอาคารโทมัส เจฟเฟอร์สัน ตั้งอยู่ที่ อินดิเพนเดนส์ อเวนิว สตรีท หมายเลข 1 ตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตั้งแต่วันจันทร์-เสาร์ 8:30 น.-17:00 น.

อาคารจอร์น อดัม (John Adams Building) ตั้งอยู่ที่ สตรีทหมายเลข 3 อินดิเพนเดนส์ อเวนิว ตะวันออกเฉียงใต้ เปิดให้เข้าวันจันทร์ พุธ และพฤหัสบดี เวลา 8:30 น.-21:30 น. สำหรับวันอังคาร ศุกร์และเสาร์ เปิดเวลา 8:30 น.-17:00 น.

สำหรับอาคารอนุสรณ์เจมส์ เมดิสัน ตั้งอยู่ที่ อินดิเพนเดนส์ อเวนิว ระหว่าง สตรีทหมายเลข 1 และ 2 ตะวันออกเฉียงใต้ เปิดให้เข้าวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8:30น.-21:30 น. เสาร์เปิดเวลา 8:30 น.-18:30 น. โดยทุกอาคารจะปิดทุกวันอาทิตย์ วันขอบคุณพระเจ้า วันคริสต์มาส และวันปีใหม่จ้า

ตรวจสอบเวลาสำหรับการเข้าอ่านหนังสือในหมวดต่างๆ ได้ที่ http://loc.gov/rr/hours.html ทั้งหมดนี้ไม่มีค่าเข้าชมจ้ะ

ขอบคุณภาพจาก :
https://en.wikipedia.org , http://www.aoc.gov

เที่ยวอนุสรณ์สถานโทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson Memorial)

อนุสรณ์สถานโทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson Memorial) สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับนายโทมัส เจฟเฟอร์สัน (Thomas Jefferson) ที่รู้จักกันในนามประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐอเมริกา และผู้เขียนคำประกาศเอกราชผู้โด่งดังนั่นเองค่ะ ออกแบบโดย สมเด็จประสันตะปาปา จอร์น รัสเซลล์ (John Russell) ในปี ค.ศ.1925 ซึ่งมีความคล้ายกับวิหารแพนธีออน (Pantheon) ในกรุงโรม เป็นการปรับผสมผสานเข้ากับสถาปัตยกรรมแบบ นีโอคลาสสิคอล (Neoclassical) ที่ท่านประธานาธิบดีโทมัส เจฟเฟอร์สันชื่นชอบ

โครงสร้างของที่นี่เป็นแบบเปิดโล่งโดยรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ขนาด 19 ฟุตของพระองค์ถูกปิดล้อมด้วยเสาสีขาว ในขณะที่ใบหน้าของพระองค์มองออกมาด้านนอกสายตามุ่งไปทางทิศของอาคารไวท์ เฮาส์ (White House) ราวกับคอยต้อนรับการมาของผู้มาเยือนยังไงยังงั้นเลยค่า


ตอกย้ำความงามของที่นี่เข้าไปอีก ด้วยที่ตั้งที่อยู่ท่ามกลางเหล่าอนุสรณ์สถาน และอนุสาวรีย์ภายในบริเวณเนชันแนล มอลล์ นอกจากนี้ยังถูกโอบล้อมไปด้วยน้ำ เพราะตั้งอยู่บนอ่างเก็บน้ำไทดอล (Tidal Basin) ถ้าได้มาถ่ายรูปยามค่ำคืน ก็จะได้ภาพของอนุสรณ์สถานโทมัส เจฟเฟอร์สันสะท้อนอยู่บนน้ำ และในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็จะได้ภาพสวยๆ สีชมพูของต้นเชอรรี่ บลอสสัมอันโด่งดังของดี.ซี.อีกด้วย สวยอย่าบอกใครเลยจ้า เข้าชมได้ทุกวัน มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในเวลา 9:30 น.-22:00 น. งานนี้ชมฟรี!

 

เที่ยวจอร์จทาวน์ แอนด์ เดอะ วอเตอร์ ฟร้อนท์ (Georgetown and the Waterfront)

เอาใจคนที่ชอบบรรยากาศริมน้ำ และรักการเที่ยวแบบ ชิลๆ ด้วยที่นี่กันเลย จอร์จทาวน์ แอนด์ เดอะ วอเตอร์ ฟร้อนท์ (Georgetown and the Waterfront) ถือเป็นย่านที่เก่าแก่ที่สุดใน ดี.ซี. เลยก็ว่าได้ค่า มีกิจกรรมมากมายให้ได้เพลิดเพลินไม่รู้เบื่อกัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมบนบก หรือกิจกรรมริมน้ำ พอมาถึงต้องร้องโอ้ว พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีที่แบบนี้ใน ดี.ซี. ด้วย ทุกอย่างของที่นี่น่ารักและมีเสน่ห์มากๆ ค่า ไม่ว่าจะเป็น บาร์สไตล์เก่าแก่ ร้านบูติกที่ตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ หรือแม้แต่กิจกรรมกีฬาและสันทนาการริมน้ำ ไปจนถึงการนั่งรับประทานอาหารอร่อยๆ ชมวิวทิวทัศน์ไปด้วย โรแมนติกที่ซู้ดดด กิจกรรมสนุกๆ ก็มีให้ทำเพียบ เช่น การเช่าเรือคายัค หรือเรือแคนนู ที่ คีย์ บริดจ์ โบท เฮาส์ (Key Bridge Boatthouse) ถ้าใครที่ยังพายเรือไม่เป็น ที่นี่เค้าก็มีคลาสสอนพายเรือให้ด้วยจ้า

ถ้ามากันเป็นกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวก็สามารถมา แฮงค์ เอาท์ที่นี่ได้นะ เพราะเค้ามีร้านอาหารอร่อยๆ ไว้รองรับเพียบ กินเสร็จก็ไปดูเรือ ให้อาหารเป็ดกันต่อ ชิลได้อีกก ในช่วงเย็นของฤดูร้อนก็จะได้ดื่มด่ำกับวิวยามพระอาทิตย์ตกดินเห็นวิวเคเนดี้ เซนเตอร์ (Kennedy Center)อยู่ทางด้านซ้าย และคีย์ บริดจ์ (Key Bridge) อยู่ทางด้านขวา เป็นภาพที่สวยงาม เห็นแล้วรู้สึกผ่อนคลายจริงๆ เลยค่ะ สำหรับสายชอบออกแรง ก็สามารถขี่จักรยานริมแม่น้ำโปโตแมค (Potomac River) ขี่ไปมองวิวริมแม่น้ำไป บอกเลยว่าฟินอะ 

นอกจากนี้ราวๆ มิถุนายนถึงสิงหาคม ก็จะมีกิจกรรมฟิตเนสช่วงพระอาทิตย์ตกดินให้ทำฟรีด้วยนะคะ หรือถ้าไม่อยากออกกำลังกาย ช่วงกรกฎาคมถึงสิงหาคม ก็ไปผ่อนคลายด้วยการชมภาพยนตร์กลางแจ้งได้อีกด้วย เห็นแล้วคิดถึงฉากหนังฮอลลีวูดสมัยก่อนที่พระเอกนางเอกนั่งอยู่บนรถดูหนังกลางแปลงไป กินป๊อปคอร์นไป ยังไงยังงั้นเลยย >,<

และหนึ่งในกิจกรรมที่ห้ามพลาดเลยสำหรับการมาที่จอร์จทาวน์ คืองานเทส ออฟ จอร์จทาวน์ (Taste of Georgetown) งานเทศกาลอาหารในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่มีทั้งอาหาร ไวน์รสเลิศ และดนตรีเพราะๆ เค้าจัดขึ้นมากว่า 20 ปีแล้วด้วย โห กิจกรรมดีๆ ยังมีอีกเพียบ เล่ายังไงก็ไม่หมด เอาเป็นว่า รีบแพ็คกระเป๋าตามมาเที่ยวด้วยตัวเองกันเลยดีกว่าจ้า

ขอบคุณภาพจาก https://washington.org และ https://en.wikipedia.org

ขยายแผนที่ กดบนชื่อสถานที่ เพื่อดูบน Google Maps

lek

Leave a Reply

LEAVE A COMMENT