เปรู ประเทศที่ไม่ธรรมดา เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวปังๆ มากมาย ภูมิประเทศหลากหลาย นอกจากจะได้สัมผัสกับธรรมชาติแล้ว ยังได้ชมอารยธรรมและวัฒนธรรมของชนเผ่าอินคาอันเก่าแก่ ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งวัฒนธรรมโบราณ แถมคนไทยก็มาเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าอีกด้วย พร้อมแล้วไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของสถานที่เที่ยวเหล่านี้ด้วยตาตัวเองกันเลยค่าาาา!

 

เที่ยวมาชู ปิกชู (Machu Picchu)

มาชู ปิกชู เมืองโบราณบนยอดเขาสูงเฉียดฟ้า ตั้งอยู่บนภูเขาในแนวเทือกเขาแอนดีสที่สูงใหญ่ที่สุดในโลก ความสูงกว่า 2,430 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นซากเมืองโบราณของอารยธรรมอินคาที่มีความเจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟูอย่างมากกกในช่วงศตวรรษที่ 15 ค่ะ แต่เมื่ออาณาจักรอินคาล่มสลาย มาชู ปิกชูก็ถูกทอดทิ้งและซ่อนตัวจากโลกภายนอก จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองสาบสูญแห่งอินคา และถูกค้นพบอีกครั้งในปี ค.ศ. 1911 โดย Hiram Bingham จึงกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฝันของหลายๆ คนอีกครั้ง *0* ถึงจะหลงเหลือแค่ซากปรักหักพังแต่ก็ยังเป็นซากที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียวค่า สุดจะอึ้งทึ่งกับการวางผังเมืองที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ทั้งเรื่องทำเลที่ตั้ง การวางระบบน้ำ การเกษตร รวมถึงสิ่งปลูกสร้างกว่า 200 หลัง โดยแบ่งเป็นทั้งหมด 3 ส่วน คือ 1.ส่วนของพื้นที่ทำการเกษตร 2.ส่วนพื้นที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของกษัตริย์ นักปราชญ์ และคนทั่วไป 3. ส่วนของศาสนสถาน ทั้งหมดถูกสร้างด้วยหินในลักษณะเป็นขั้นบันไดไล่ลงมาเป็นชั้นๆ ตามความชันของเชิงเขา โดยมีขั้นบันไดกว่า 3,000 ขั้นเป็นทางเดินเชื่อมต่อ หินแต่ละก้อนคือเป๊ะมากกก ตัดและวางซ้อนได้อย่างแม่นยำ ขนาดไม่มีเครื่องมือทันสมัยนะคะเนี่ยย เจ๋งสุดๆ ไปเลย

ฟินกับวิวของแม่น้ำ ภูเขาน้อยใหญ่ที่อยู่รอบๆ เส้นทางถนนคดเคี้ยวที่ลัดเลาะไปมาตามเชิงเขา มีอัลปากาและลามาเดินกินหญ้าอยู่อย่างสบายใจ จากความมหัศจรรย์ของซากอารยธรรมโบราณและเต็มไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มาชู ปิกชู จึงได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1983 และเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วยจ้า

เส้นทางที่แนะนำในการมายังมาชู ปิกชู คือ อินคาเทรล (Inca Trail) ถือเป็นเส้นทางยอดฮิตติดอันดับโลกเลยก็ว่าได้ค่ะ มีระยะทางประมาณ 43 กิโลเมตร ระหว่างทางเราจะได้เห็นธรรมชาติอันงดงามและซากอารยธรรมโบราณต่างๆ ของชาวอินคา เพลินจนลืมความเหนื่อยแน่นอนน แต่ใครที่จะใช้เส้นทางอินคาเทรลนี้ต้องใช้ใบอนุญาตด้วยนะคะ รัฐบาลจะออกให้แค่ 500 ใบต่อวันเท่านั้น โดยจะเปิดขายทุกเดือนมกราคม ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าขายหมดไวมากๆ ต้องเตรียมตัวกันตั้งแต่เนิ่นๆ นะจ๊ะ

 

เที่ยวเมืองกุสโก (Cusco)

กุสโก เมืองท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดของเปรูเลยจ้าา ตั้งอยู่ในเทือกเขาแอนดีส บนความสูงประมาณ 3,300 เมตร อยู่บนแนวเขาแบบนี้ แน่นอนว่าวิวสวยงามอย่าบอกใครเชียว! >3< เคยเป็นเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิอินคาที่รุ่งเรืองที่สุดในดินแดนอเมริกาใต้ ปัจจุบันก็ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายของอาณาจักรที่เคยรุ่งเรืองอยู่ทั่วทั้งเมือง เป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล (Colonial) กับวัฒนธรรมเกชัว (Quechua) ผู้คนส่วนมากเป็นชาวพื้นเมือง จะแต่งตัวด้วยงานหัตถกรรมสีสันสดใส ถือเป็นแหล่งวัฒนธรรมชนพื้นเมืองเปรูที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง อ้อ! ที่กุสโกมีเส้นทางรถไฟไปยังมาชูปิกชู แถมยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดในโลกกกด้วยจ้า

สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองกุสโกนี่เพียบเลยจ้ะ เช่น จัตุรัสอาร์มาส (Plaza de Armas) หรือ จัตุรัสแห่งนักรบ เป็นจุดศูนย์รวมของทุกคนในเมือง ชาวอินคาบอกว่าเป็นหัวใจของเสือพูม่า เพราะว่าถ้ามองจากมุมสูงจะเห็นเมืองกุสโกเป็นรูปเสือพูม่านั่นเองค่า รอบๆ จัตุรัสล้อมรอบไปด้วยสถานที่สำคัญหลายแห่ง และยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารและร้านค้าที่ดีที่สุด!

วิหารกุสโก (Cusco Cathedral) หนึ่งในคริสตจักรที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามมากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ เคยเป็นพระราชวังของกษัตริย์อินคา ปัจจุบันเป็นแหล่งรวบรวมศิลปะในยุคอาณานิคมที่ใหญ่ที่สุดของเมืองค่ะ

กำแพงหินซัคเซย์ฮัวมัว (Sacsayhuaman) เป็นอุทยานทางโบราณคดีตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 3,701 เมตร โดยกำแพงหินสร้างขึ้นจากหินแกรนิตขนาดใหญ่สร้างขึ้นเป็นชั้นๆ และเป็นหนึ่งในจุดชมวิวเมืองที่ดีที่สุดในเมืองกุสโกด้วยค่า

 

เที่ยวเมืองลิม่า (Lima)

เมืองลิม่า เป็นเมืองหลวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศเปรูค่ะ ถูกก่อตั้งในปี ค.ศ. 1535 โดย Francisco Pizarro ผู้นำชาวสเปนที่เข้ามายึดอำนาจจากอาณาจักรอินคา ปัจจุบันเป็นจุดศูนย์กลางของประเทศ นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังเมืองอื่นๆ อย่างเมืองกุสโก หรือ มาชู ปิกชู ก็จะมาเที่ยวพักที่เมืองนี้กันก่อนค่ะ เพราะสถานที่เที่ยวของเมืองลิม่านั้นไม่ธรรมดา ทุกคนรู้ เพื่อนๆ รู้ แฟนคลับรู้ >,< นอกจากจะมีเสน่ห์และยังเป็นขุมทรัพย์ด้านประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เดินเล่นชมโบสถ์ที่สง่างาม พระราชวังหรูหรา พิพิธภัณฑ์ชั้นเยี่ยม จัตุรัสเก่าแก่กลางเมือง สำรวจแหล่งอารยธรรมโบราณของเผ่าอินคาโบราณ ริมชายฝั่งทะเลมีร้านค้าชั้นนำ ร้านอาหาร และโรงแรมหรูมากมาย

ที่อยากให้ทุกคนแวะชมก็คือ น้ำพุทั้ง 13 แห่งในสวนสาธารณะ Parque de la Reseva ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 2007 ด้วยงบกว่า 13 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ตอนกลางคืนจะมีการแสดงโชว์น้ำพุหลากหลายรูปแบบ สีสันตระการตา สายน้ำพุ่งสูงกว่า 80 เมตรตามจังหวะดนตรี ซึ่งจะจัดให้ชมวันละ 3 ครั้ง เวลา 19.15 น., 20.15 น. และ 21.30 น.

 

เที่ยวภูเขาสายรุ้ง (Ausangate Rainbow Mountains)

ภูเขาสายรุ้ง ประติมากรรมที่สร้างสรรค์จากธรรมชาติ ^^ ตั้งอยู่ในเทือกเขาแอนดีส ทางตอนใต้ของเมืองเมืองกุสโก (Cusco) บนความสูงกว่า 5,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลค่ะ สีสันสวยงามจนแทบกรีดร้องง ไล่ตั้งแต่สีโทนร้อนไปจนถึงโทนอุ่น ทั้งสีเหลือง แดง ขาว ฟ้า เขียว เทา ซึ่งเกิดจากแร่ธาตุหลายชนิดและทรายแดงที่ทับถมสะสมมานานหลายล้านปีทำให้เกิดเป็นภูเขาที่มีหลากสีสันไล่เฉดกันเหมือนสายรุ้งนั่นเองค่า

ใครที่รักการผจญภัยหรือชอบการเทรคกิ้ง ภูเขาแห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายเลยล่ะค่ะ ระหว่างทางเราจะได้เห็นธารน้ำแข็ง ทะเลสาบที่สวยงาม มีลามา อัลปาก้า วิสคาช่า อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเยือนภูเขาสายรุ้งก็คือ ช่วงเดือนเมษายน – ตุลาคมค่ะ เพราะมีฝนตกน้อยทำให้การเดินทางง่ายขึ้น เตรียมให้พร้อมแล้วลุยกันเลยยย รับรองว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่เห็นตรงหน้าแน่นอน!

 

เที่ยวโกลกา แคนยอน (Colca Canyon)

โกลกา แคนยอน อยู่เหนือแม่น้ำโกลกา ในแคว้นอาเรกีปา (Arequipa) ทางใต้ของเปรูค่ะ เป็นหนึ่งในหุบเขาที่ลึกที่สุดในโลกก ลึกถึง 4,160 เมตร ซึ่งลึกกว่าแกรนด์แคนยอน (Grand Canyon) ในรัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกาถึงสองเท่า ปัจจุบันหุบเขาแห่งนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้เข้าชมมากกว่า 160,000 ต่อปี *0*

เราจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับฝูงนกแร้งแอนเดียน (Andean Condor) บินผาดโผนไปมา ซึ่งเป็นนกแร้งสายพันธุ์พิเศษที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและพบได้บนเทือกเขาแอนดีสเท่านั้นจ้า แถมยังมีกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น ถ้ำโบราณโมเยปุนโก (Mollepunko) ป้อมปราการชิมปา (Fortaleza de Chimpa) ท้องฟ้าจำลองและหอดูดาว การเดินป่า ปั่นจักรยานเสือภูเขา แช่บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ ล่องแพ ขี่ม้า ตกปลา เป็นต้นค่ะ

 

เที่ยวจันจัน (Chan Chan)

จันจัน เมืองอิฐโบราณขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนพื้นที่ทะเลทรายแห้งแล้งทางเหนือของเปรูค่ะ เมื่อก่อนเคยเป็นเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรชิมอร์ (Chimor) ซึ่งเป็นอาณาจักรก่อนสมัยอินคาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเปรู มีประชากรราวๆ 6 หมื่นคน แต่หลังจากชาวอินคาเข้าโจมตีเมืองได้สำเร็จในปี ค.ศ.1470 ทำให้เมืองจันจันล่มสลายไป แต่ปัจจุบันยังมีสภาพสมบูรณ์อยู่มากเลยค่ะ ด้วยการก่อสร้างที่สวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร เรียกได้ว่าอลังการปังเว่อร์ มีวัดวาที่สร้างจากอิฐโคลน เป็นที่ตั้งของปิระมิด พระราชวัง หลุมฝังศพราชวงศ์ และสถาปัตยกรรมในยุคโบราณหลายร้อยปี จนกลายเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเปรูค่ะ

 

เที่ยวโชเกกีเรา (Choquequirao Ruins)

โชเกกีเรา เป็นเมืองเก่าในอาณาจักรอินคา ตั้งอยู่บนยอดเขา Sunch'u Pata ในแคว้นกุสโกค่ะ สวยอลังการมากกกก ลักษณะแอบคล้ายกับมาชูปิกชูอยู่เหมือนกันนะคะ เป็นสถาปัตยกรรมในวัฒนธรรม Chachapoya สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่ Inti เทพเจ้าสุริยะแห่งอินคา ซึ่งชาวอินคาเชื่อว่าเป็นผู้อุปถัมภ์อาณาจักรแห่งนี้ค่ะ สิ่งก่อสร้างต่างๆ ส่วนมากจะเป็นสถานที่ประกอบพิธี ที่พักของนักบวช และที่เก็บเสบียงอาหาร ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางอารยธรรมที่หาค่าเปรียบไม่ได้ และเนื่องจากที่นี่ตั้งอยู่ในจุดเชื่อมระหว่างป่าอะเมซอนและเมืองกุสโก บนความสูง 9,800 ฟุตจากพื้นดิน ถ้าจะมาเที่ยวชมก็คือต้องเดินขึ้นเขามาเป็นวันๆ แต่! โชคดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้วจ้า เพราะเขามีโครงการสร้างเคเบิลคาร์แล้ววว ใช้เวลาแค่ 15 นาทีก็ถึงจุดหมาย สามารถพานักท่องเที่ยวขึ้นไปได้ถึง 5 พันคนต่อวันได้แบบสบ๊ายสบายย

 

เที่ยวเหมืองเกลือโบราณ (Salinas de Maras)

ที่นี่คือเหมืองเกลือที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกก ทำมาตั้งแต่สมัยอินคาจนถึงปัจจุบัน รวมๆ แล้วก็พันกว่าปี มีมากกว่า 3,000 แอ่งเลยทีเดียวค่ะ ชาวอินคาได้ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านทำภูเขาให้เป็นขั้นบันได แล้วใช้ประโยชน์จากน้ำบนภูเขาซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่เต็มไปด้วยเกลือไหลลงมายังแอ่งน้ำตามขั้นบันได เมื่อโดนแดดเผาน้ำจะระเหยออกไปจนตกผลึกเหลือเป็นเกลือนั่นเองค่า แต่ละแอ่งจะมีขนาดตั้งแต่ 4 – 10 ตารางเมตร ลึก 10 – 30 เซนติเมตร ความแตกต่างของขนาดและความลึกจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ตั้งของบ่อว่ามีความชันมากน้อยแค่ไหน ปัจจุบันเป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศเปรู และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอีกแห่งหนึ่งด้วยค่ะ ยืนถ่ายรูปออกมาคือสวยมากกก เก๋เว่อร์ เพื่อนทักแน่นอนค่ะว่าที่นี่ที่ไหนเนี่ยย >,< แถมยังซื้อเกลือและของฝากต่างๆ กลับบ้านกันได้ด้วยน้าา

เครดิตรูปภาพจาก https://www.thaiticketmajor.com/variety/travel/6890/

 

เที่ยวชมเส้นนาซคา (Nazca Line)

มาช่วยกันไขปริศนาของประติมากรรมชิ้นนี้กันหน่อยค่าา >,< ที่ทะเลทรายนาซคามีอย่างหนึ่งที่โด่งดังไปทั่วโลกและถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1994 นั่นก็คือ เส้นนาซคา ถ้าเรามองจากทางอากาศลงมาจะเห็นเป็นเส้นลากยาววววไปในทิศทางต่างๆ กินพื้นที่ถึง 80 กิโลเมตร มีมากกว่า 300 ภาพ ตั้งแต่รูปทรงเรขาคณิต ภาพสัตว์ต่างๆ รูปต้นไม้ ดอกไม้ ไปจนถึงภาพมนุษย์ ภาพที่ใหญ่ที่สุดนั้นยาวกว่า 200 เมตร เป็นการตักเอาทรายสีแดงด้านบนออกจนเห็นพื้นผิวชั้นในซึ่งมีสีอ่อนกว่า เมื่อสีตัดกันทำให้มองเห็นลายเส้นได้อย่างชัดเจน ที่น่าสงสัยก็คือมนุษย์สมัยโบราณสามารถสร้างอะไรแบบนี้ขึ้นมาได้ยังไงโดยที่ไม่มีภาพถ่ายทางดาวเทียม แม้เวลาจะผ่านมากว่า 2,000 ปีแล้ว แต่ทำไมยังไม่เลือนหายไป?! แปลกใจจนลือกันว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาวนู่นแน่ะ o-O

แต่วงการโบราณคดีบอกว่า เส้นนาซคาสร้างโดยชาวนาซคาที่อาศัยอยู่ในทะเลทรายแห่งนี้ ถึงจะเรียกว่าทะเลทราย แต่จริงๆ แล้วเป็นหินสีแดงค่ะ แถมอากาศยังแห้งแล้ง ฝนไม่ตก ไม่มีลม จึงรับผลกระทบจากภูมิอากาศน้อยมาก ส่วนการออกแบบรูปทรงต่างๆ นั้น อาจจะใช้ไม้ปักบอกตำแหน่ง ถึงจะใช้เวลานานและต้องใช้กำลังคนจำนวนมากแต่ก็ไม่ได้เกินความสามารถของมนุษย์ไปหรอกนะจ๊ะ อิอิ อีกเรื่องก็คือ แล้วสร้างเพื่ออะไรกัน? นักวิชาการบางคนเดาว่าเพื่อใช้เป็นปฏิทินดูดาวบ้าง สร้างเพื่อบูชาเทพเจ้าตามความเชื่อท้องถิ่นบ้าง แต่ก็เป็นแค่ข้อสันนิษฐาน ถึงทุกวันนี้จะยังหาข้อสรุปชัดเจนไม่ได้ว่าเส้นนาซคานี้สร้างมาได้ยังไงและเพื่ออะไร แต่ยอมรับว่าสุดยอด น่าทึ่งมากๆ ต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองให้ได้เลยค่าาา

 

เที่ยวเทือกเขาคอร์ดิเยรา บลังกา (Cordillera Blanca)

เทือกเขาคอร์ดิเยรา บลังกา ถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเทือกเขาที่สูงที่สุดในโลก เป็นเหมือนสวรรค์ของนักปีนเขา เพราะความท้าทายและความสวยงามของเทือกเขาแห่งนี้ ให้ไปเลยเต็ม 10 ไม่หักจ้าา โดดเด่นในเรื่องของทะเลสาบน้ำแข็งสีฟ้า แนวทิวเขาสวยๆ ที่ปกคลุมด้วยหิมะ และพืชพรรณอันหลากหลาย ซึ่งที่นี่เป็นแหล่งกำเนิดของดอกปูย่า (Puya) ดอกไม้ยักษ์ที่ได้ชื่อว่าราชินีดอกไม้แห่งเทือกเขาแอนดีส นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินป่า ปีนเขา ขี่จักรยาน และตั้งแคมป์อยู่ริมทะเลสาบ เป็นสถานที่พักผ่อนชิลๆ และได้ใกล้ชิดธรรมชาติแบบเต็มที่จริงๆ ค่ะ หลบจากโลกภายนอกมาสูดหายใจลึกๆ ให้เต็มปอด เหมือนได้ฮีลตัวเองใหม่อีกครั้งเลยค่าา ^^