ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในฝัน

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในกาตาร์ Qatar

เที่ยวกาตาร์ (Qatar) ประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เจ้าของฉายาไข่มุกแห่งเปอร์เซีย ชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในโลก! (The Museum of Islamic Art) ช้อปปิ้งสุดฟินกับสินค้าอันซีนในท้องถิ่นที่ซุควากิฟ (Souq Waqif) ดื่มด่ำศิลปวัฒนธรรมแบบอาหรับ ณ หมู่บ้านวัฒนธรรมคาทาร่า (Katara Cultural Village) ชมเกาะแมนเมดเลิศหรูเบอร์ใหญ่สุดตระการตาที่เดอะเพิร์ลกาตาร์ (The Pearl Qatar) ร้อยเหตุผลต้องมาตะลุยในกาตาร์กันสักครั้งในชีวิต>,< Let’s Go!

 

เที่ยวเดอะเพิร์ลกาตาร์ (The Pearl Qatar)

เดอะเพิร์ลกาตาร์ (The Pearl Qatar) ที่มาของชื่อมาจาก การที่อดีตกาตาร์เคยมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ค้ามุกของเอเชีย และหนึ่งในแหล่งดำน้ำหามุกที่สำคัญของกาตาร์ก็คือทำเลของเดอะเพิร์ลกาตาร์ในปัจจุบันนั่นเอง เกาะที่สร้างด้วยฝีมือมนุษย์ยาวกว่า 4 ตารางกิโลเมตรนี้ ถูกสร้างขึ้นด้วยการถมทะเล มีผังลักษณะคล้ายไข่มุก แบ่งออกเป็น 12 เขตด้วยกัน แต่ละเขตจะมีสถาปัตยกรรมที่มีสไตล์แตกต่างกันออกไป

ความพิเศษของที่นี่คือเป็นที่แรกในกาตาร์ที่ชาวต่างชาติสามารถเข้าถือครองกรรมสิทธิ์ได้ด้วย! เดอะเพิร์ลกาตาร์ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท ยูไนเต็ด ดีเวลล็อปเม้นท์ คอมปะนี (United Development Company) วางแผนโดยบริษัทสถาปัตยกรรม และการออกแบบคอลลิสัน (Callison) โดยเกาะนี้ตั้งอยู่ห่างจากฝั่งเวสท์เบย์ ลากูน ประมาณ 350 เมตรนี่เองจ้า

เดอะเพิร์ลกาตาร์จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวตัวท็อปของกาตาร์ ยืนหนึ่งในเรื่องความสง่างาม เก๋ไก๋สไลเดอร์ ในบรรยากาศกินชิลล์ๆ ท่องเที่ยวชิคๆ กลางแจ้ง จนได้รับการขนานนามว่าเป็น ชายฝั่งของชาวอาราเบียน (Arabian Riviera) มงลงไปเลยจ้าา นอกจากนี้เค้ายังขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของร้านอาหาร ที่ครอบคลุมตั้งแต่อาหารอเมริกาใต้ ฝรั่งเศส เลบานอน ไปจนถึงอะไรง่ายๆ อย่างบาร์กาแฟของอลิสัน เนลสัน (Alison Nelson’s Coffee Bar) ที่เจอได้บริเวณทางเดินริมน้ำ

มาถึงแล้วอย่าพลาดไปเซลฟี่กับท่าจอดเรือยอร์ชสไตล์เมดิเตอร์เรเนี่ยนกันสักหน่อย ก่อนออกสำรวจเกาะที่เดอะเพิร์ล ลากูน (The Pearl Lagoon) ที่มีเกาะมากถึง 13 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดจะประกอบไปด้วยอาคารที่พักอาศัยระดับสูง วิลล่า และโรงแรม 5 ดาวที่มีชื่อเสียง ถึง 3 แห่ง อพาร์ทเม้นท์ และศูนย์การค้าสุดหรู ห้องเสื้อ และแบรนด์สินค้าระดับโลก ร้านอาหาร คาเฟ่ สิ่งบันเทิง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ บนพื้นที่กว่า สองล้านตารางเมตร! อลังการงานสร้างมากเวอร์

ในบรรดาเกาะเหล่านี้จะเป็นเกาะส่วนตัว 8 เกาะที่ขายให้เอกชนที่สนใจเข้ามาซื้อได้ และก่อสร้างบริหารกันเองตามต้องการอีกด้วย เริ่ดด!! สนใจรับซักเกาะไหมคะ (^0^)

 

เที่ยวแอสไปร์โซน หรือโดฮา สปอร์ตซิตี้ (Aspire Zone or Doha Sports City)

แอสไปร์โซน หรือโดฮา สปอร์ตซิตี้ สร้างขึ้นปี ค.ศ.2003 ใครที่เป็นคอกีฬาพูดเลยว่ามาถูกที่ ถูกจริต แน่นอน เพราะที่นี่เป็นสถานที่เล่นกีฬาระหว่างประเทศมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย และรองรับการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ปี ค.ศ. 2006 แถมมีสิ่งก่อสร้างที่มีโครงสร้างสูงที่สุดในโดฮาอย่างแอสไปร์ ทาวเวอร์ (Aspire Tower) ด้วย หากขับรถมาจะห่างจากใจกลางโดฮา โดยใช้เวลาเดินทางเพียง 20 นาทีเท่านั้น!!

ใจกลางของคอมเพล็กซ์มี คาลิฟา สเตเดียม (Khalifa Stadium) ที่ใช้จัดการแข่งขันกีฬาขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการแข่งขันฟุตบอลที่สามารถจุคนได้ถึง 50,000 คน และอัลเบย์ สเตเดียม (Al Bayt Stadium) สเตเดียมบิ๊กเบิ้มที่กำลังสร้างขึ้นสำหรับการแข่งขันฟุตบอลถ้วยชิงแชมป์โลก หรือฟีฟ่าปี 2565 (FIFA 2022) โดยสามารถจุได้ถึง 60,000 คนเล้ย ว้าวว!!

ใครชอบกีฬาทางน้ำก็มา ฮาหมัด อควาติก เซนเตอร์ (Hamad Aquatic Centre) อาคารจำนวน 5 ชั้นที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับกีฬาทางน้ำ เช่น สระว่ายน้ำขนาดมาตราฐานสำหรับกีฬาโอลิมปิค กีฬาโปโลน้ำ ดำน้ำ เป็นต้นจ้า หรือจะเป็นแอสไปร์ โดม (Aspire Dome) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอาคารเอนกประสงค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก! และเดอะ เลดี้ส์ สปอร์ต ฮอลล์ (The Ladies Sports Hall) ที่ให้บริการกีฬาสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ เลิฟเลยย นี่แหล่ะคุณค่าที่คุณคู่ควร ^-^

ที่นี่เค้าครบเครื่องเรื่องกีฬาจริงๆ ถึงขนาดมีโรงพยาบาลเฉพาะทางเกี่ยวกับศัลยกรรมกระดูกและเวชศาสตร์การกีฬาอย่างแอสเพททาร์ (Aspetar) เป็นโรงพยาบาลเวชศาสตร์การกีฬาแห่งแรกในภูมิภาคตะวันออกกลางเลยนะ แถมยังได้รับการรับรองว่าเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ของฟีฟ่าในปี 2552 (FIFA Medical Centre of Excellence in 2009) อีกด้วยจ้าาา นอกจากนี้โรงพยาบาลก็มีตีพิมพ์วารสารเองด้วยในชื่อ แอสเพททาร์ สปอร์ตส์ เมดิซีน จัวนัล (Sports Medicine Journal) จัดเต็มจริงๆ

แอสไปร์โซนไม่ได้มีเพียงสถานที่เกี่ยวกับกีฬาเท่านั้นยังมีโรงแรมอย่างเดอะ ทอร์ช โดฮา โฮเทล (The Torch Doha Hotel) ให้บริการที่พักหรูหราดาวล้านดวงไว้อีกด้วย มีวิลเลจจิโอ้ (Villaggio) ช้อปปิ้งมอลล์สุดป๊อปในกาตาร์ ถูกใจขาช้อปแบรนด์อินเตอร์ทั้งหลายแน่นอนนน

สำหรับใครที่อยากสูดออกซิเจนดีๆ ที่นี่มีพื้นที่สีเขียวอย่างแอสไปร์ พาร์ค (Aspire park) ให้ผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเล่นกีฬา และการช้อปด้วยจ้าา>,< หรือจะเป็นสนามเด็กเล่นสำหรับหนูๆ ร้านกาแฟบรรยากาศดี๊ดีริมทะเลสาบไว้อีกด้วย ดีงามได้โล่ห์เบอร์นี้ ไม่มาไม่ได้แล้วน้า

เครดิตภาพจาก: Essma.eu, dcb-qa.com, Hfhl.nl, Aspetar.com, aspirezone.qa

 

เที่ยวพิพิธภัณฑ์ศิลปะอิสลาม (The Museum of Islamic Art)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะอิสลาม หรือเอ็มไอเอ (MIA) เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ริมอ่าวห่างจากคอร์นิช (Corniche) ห่างออกมา 60 เมตร ภายในเมืองหลวงกาตาร์ (Qatar) กรุงโดฮา (Doha) ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังอย่างไอ เอ็ม เพย (I.M. Pei ) ผู้ที่เคยออกแบบพีรมิดของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre Museum) ในปารีส แถมยังเป็นเจ้าของรางวัล พริทสเกอร์ ไพร์ซ (Pritzker Prize) การันตีฝีมือขั้นเทพแห่งสถาปัตยกรรม

พิพิธภัณฑ์นี้ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมอิสลามโบราณ มีรูปแบบเรขาคณิตผสมผสานกับดีไซน์สุดทันสมัย บนพื้นที่กว่า 45,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนคาบสมุทรเทียม สามารถมองเห็นได้จากทางใต้สุดของอ่าวโดฮา (Doha Bay)  พื้นที่ของแกลลอรี่ได้รับการออกแบบโดยทีมงานวิลมอตเต้ แอสโซซิเอทส์ (Wilmotte Associates) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2551 โดยประมุขของกาตาร์เชคฮะมัด บิน เคาะลีฟะฮ์ อัษษานี (Sheikh hamad bin Khalifa Al Thani) และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมในวันที่ 8 ธันวาคม 2551

พิพิธภัณฑ์มีทั้งหมด 5 ชั้น มีห้องสมุดเปิดให้บริการอยู่ที่ชั้น 1 โดยแบ่งออกเป็น ห้องอ่านหนังสือทั้งหมด 9 ห้อง ภายในมีข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะอิสลามเพียบ ทั้งแบบภาษาอังกฤษ และภาษาอารบิกแบบจุใจ ถูกใจคนรักการอ่านเป็นที่สุ๊ดดด นอกจากนี้ยังมีสวนที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งมีโซนเวิร์คช็อปสำหรับโรงเรียน และประชาชนทั่วไป และมีจัดแสดงนิทรรศการชั่วคราวให้ชมด้วยจ้า

ไฮไลท์ของที่นี่คือการจัดแสดงศิลปะของอิสลามจาก 3 ทวีป อายุมากกว่า 1,400 ปี ตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 ไปจนถึงศตวรรษที่ 19 ยาวนานมว๊ากก มีทั้งงานโลหะ เซรามิค เครื่องประดับ งานไม้ สิ่งทอ และแก้ว คอลเลคชั่นของชิ้นงานต่างๆ นั้นได้มีการรวบรวมมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 รวมถึงเอกสารต้นฉบับต่างๆ ด้วย สำหรับสิ่งทอ เครื่องเซรามิค จัดเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นผลงานทางศิลปะอิสลามที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก โดยมีต้นกำเนิดมาจากหลายที่ด้วยกัน เช่น สเปน อียิปต์ อีหร่าน อีรัก ตุรกี อินเดีย และเอเชียกลางจ้าา ดีงามอัดแน่นไปด้วยสาระเกินเบอร์มากจริงๆ ใครมาที่นี่ยังสามารถชมวิวกรุงโดฮาจากบริเวณรอบนอกพิพิธภัณฑ์ได้อีกด้วยน้าา เลิศกว่านี้ไม่มีอีกล๊าววว

 

เที่ยวถนนคนเดินซุควากิฟ (Souq Waqif)

ถนนคนเดินซุควากิฟ (Souq Waqif) เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงระดับตัวแม่ในกาตาร์  เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่องที่ฉายในงาน โดฮา ทริเบก้า ฟิล์ม เฟสติวัล 2009 (Doha Tribeca Film Festival 2009)  ตั้งอยู่ในเขตแอลซุค (Al Souq) ใจกลางกรุงโดฮานี่เอง ที่นี่มีอายุกว่า 100 ปี ได้รับการปรับปรุงใหม่ช่วงปี ค.ศ. 2006 เพื่ออนุรักษ์สถาปัตยกรรมแบบกาตาร์ดั้งเดิมเอาไว้นั่นเอง ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหลืออยู่แห่งเดียวในโดฮาที่ยังคงมีกลิ่นอายสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม รวมถึงการค้าขายแบบของแท้ดั้งเดิมอยู่ แถมยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตติดลมบนของทั้งคนท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ใครที่ชอบการถ่ายรูปกับตึก หรือสถาปัตยกรรมเก่าแนววินเทจต้องห้ามพลาด! สายฮิปสเตอร์ ยืนงงดงคน นั่งเหม่ออิ่มเอิบกับบรรยากาศ ช็อตนี้ต้องได้อัพลงโซเชียลเก๋ๆ ค่ะ

 

เดินไปเรื่อยๆ ตามทางจะเจอมุมตะมุตะมิกับพื้นที่ขายสัตว์ตั้งแต่นก แมว กระต่าย เต่า ไปจนถึงเหยี่ยว ดูอย่างเดียวนะ ซื้อกลับไทยไม่ได้นะคะ! 55555 นอกจากนี้ในตลาดยังมีการวางขายอุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น แผ่นรองบันได ระบบนำทางจีพีเอส (GPS) สำหรับนก และมีโรงละคร อัลเรย์ยาน (Al Rayyan) เป็นโรงละครในร่มขนาด 980 ที่นั่ง ศูนย์ศิลปะซุควากิฟ (Souq Waqif Art Centre) ที่จัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของอิสลาม ตัวอักษรโบราณอายุหลายศตวรรษ แสดงพรม รวมถึงภาพถ่ายด้วย เดินการแบบเพลินๆ ไปเลยจ้า

สำหรับสินค้าท้องถิ่นดั้งเดิมนั้น มีขายตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องเทศ งานหัตถกรรม รวมไปถึงของที่ระลึก เครื่องดนตรีพื้นเมือง สัตว์เลี้ยง เรือดโฮว์ (Dhow) เรือท้องถิ่นของกาตาร์ด้วย แถมมีร้านอาหารหลายสไตล์ ชิชาเลาจ์ (Shisha Lounge) หรือสถานที่สูบยาสูบเพียบ มีหอศิลป์ งานอีเว้นท์ รวมถึงการแสดงคอนเสิร์ตในท้องถิ่นอีกด้วย มักจะมีการจัดงานสปริง เฟสติวัลราวๆ เดือนเมษายนของทุกปี จัดแสดงละครเวที การแสดงผาดโผน รวมถึงการแสดงดนตรี มีงานอีเว้นท์แสดงการต่อสู้ ดับเบิ้ลยู ดับเบิ้ลยู อี (WWE) หรือ ซุควากิฟ สตอร์ม (Souq Waqif Storm) งานช้างที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้เข้าชมเยอะได้อี๊กก>,< นอกจากนี้ยังมีโรงแรมเก๋ๆ 9 แห่ง ตั้งอยู่ภายในตลาดด้วย มีทั้งโรงแรมสไตล์โมเดิร์นไปจนถึงแบบดั้งเดิม ดึงดูดสายตา สวย และน่าค้นหา ยิ่งกว่าสาวงามเมืองอาหรับซะอีกนะเนี่ย บางแห่งสามารถเห็นวิวของอ่าวตัดกับท้องฟ้าอิ่มตาอิ่มใจสุดๆ ไปเล้ยย

 

เที่ยวโดฮา คอร์นิช (Doha Corniche)

โดฮา คอร์นิช (Doha Corniche) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮอทของกรุงโดฮา ตั้งล้อมรอบอ่าวโดฮา ยาวถึง 7 กิโลเมตร โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นสามส่วนด้วยกัน เดอะ คอร์นิช พาร์ค แอนด์ พรอมเมเนด (The Corniche and Promenade) คนนิยมมาเดิน วิ่ง เล่นสเก็ต หรือทำกิจกรรมเบาๆ พูดคุย พบปะกัน

ส่วนที่สองคือ คอร์นิช สตรีท (Corniche Street) จุดเชื่อมต่อย่านธุรกิจใหม่ของโดฮาอย่างเวสต์ เบย์ (West Bay) และสนามบินนานาชาติโดฮา (Doha International Airport)

ส่วนสุดท้าย เดอะ โกเวอร์นเมนท์ โซน (Government Zone) จะเป็นเขตราชการมีวิวอ่าวตัดกับภาพอาคารบริหารอย่างอาเมียร์รี ดิวาน (Amiri Diwan) สถานที่ทำงานของผู้ครองรัฐกาตาร์ค่า

ความไฮโซของโดฮา คอร์นิช จะมีทางเดินริมทะเลสวยใส หาดทรายขาวยาวกว่า 7 กิโลเมตร ทอดตัวเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวรอบอ่าวโดฮา และโรงแรมเชอราตัน (Sheraton Hotel) ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะอิสลาม อย่าลืมแชะภาพแสงแรกของวันใหม่ส่องสว่างทั่วตึกสูงเสียดฟ้าในย่านธุรกิจกันด้วยนะจ๊ะ

คอร์นิชยังมีรูปปั้นอักษรสแตนเลสสูง 7.5 เมตร สร้างโดยซาบาห์ อาร์บิลลี (Sabah Arbilli) ศิลปินประดิษฐ์ตัวอักษรชาวอังกฤษ สร้างสำหรับวันชาติกาตาร์ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากบทกวีของจัสซิม บิน มูฮัมหมัด อัษษานี (Jassim bin Mohammed Al Thani) ผู้ก่อตั้งกาตาร์นั่นเองจ้า

นอกจากนี้ยังมีอนุสาวรีย์ไข่มุก (Pearl Monument) ที่เป็นน้ำพุด้วยในตัว ตั้งอยู่ทางปลายด้านเหนือของโดฮา คอร์นิช เพราะไข่มุกเป็นอีกสัญลักษณ์สำคัญของประเทศจ้า เห็นแล้วอดไม่ได้ต้องเซลฟี่อัพโซเชียลกันหน่อย

โดฮาเค้าไม่ได้มีแต่ทะเลทรายนะจ๊ะ เค้ามีพื้นที่สีเขียวอีกด้วย! จะมาคู่ หรือมาขี้ เอร๊ยยคี่ ก็สามารถมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ เดินเล่นในสวนสูดโอโซนจนฉ่ำปอดแล้วก็มาเติมพลังบวกด้วยการมานั่งกินอาหารรสเลิศ พร้อมชมวิวทะเลไปด้วยที่ อัล มัวร์จาน (Al Mourjan) หนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในเมืองด้วยบรรยากาศกลางแจ้ง เสิร์ฟเมนูอาหารทะเลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหรับแท้ๆ แฮปปี้มากเวอร์>,<

ไปอิ่มตากันต่อกับศิลปะสมัยใหม่ริมน้ำที่ท่าเรือเอ็มไอเอ พาร์ค (MIA Park) มีประติมากรรมเหล็กสูงราวๆ 24 เมตร สร้างโดย ริชาร์ด เซียร์ร่า (Richard Serra) ศิลปินชาวอเมริกัน สำรวจความสำคัญของหมายเลข 7 ในวัฒนธรรมของศาสนาอิสลาม กับหอคอย 7 ด้านที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหอคอยสุเหร่าในอัฟกานิสถานนั่นเอง จบทริปด้วยการกระโดดขึ้นเรือดโฮร์ใกล้ๆ ประติมากรรมของเซียร์ร่า แล้วชมวิวของโดฮา คอร์นิช แบบสวยๆ จากเรือขึ้นไปบนฝั่ง มีแสงสีทองของท้องฟ้ายามเย็น เอาอะไรมาแลกก็ไม่ย๊อมมม

 

เที่ยวหมู่บ้านวัฒนธรรมคาทาร่า (Katara Cultural Village)

หมู่บ้านวัฒนธรรมคาทาร่า (Katara Cultural Village) ตั้งอยู่ชายฝั่งตะวันออกระหว่างเวสท์เบย์ และเดอะ เพิร์ล กาตาร์ (The Pearl Qatar) เป็นสถานที่รวบรวมเอาศิลปะวัฒนธรรมต่างๆ ของกาตาร์ไปจนถึงโลกอาหรับเอาไว้ในที่เดียว สร้างในสไตล์สถาปัตยกรรมตะวันออกผสมผสานกับความโรแมนติกแบบย้อนยุค ซึ่งแตกต่างจากอาคารทางวัฒนธรรมอื่นๆ ในโดฮา จุดประสงค์ในการสร้างเพื่อมุ่งหวังสนับสนุนวัฒนธรรม ให้เกิดการรับรู้ในกาตาร์ เพิ่มพลังทางศิลปะผ่านการจัดการจากหลายองค์กร และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของกาตาร์นั่นเอง ปรบมือรัวๆ สิคะรออะไร!

การออกแบบสถานที่มีตรอกซอกซอยแบบกาตาร์ดั้งเดิม เรียกว่าอัล ฟารีจ (Al Fareej) และทำให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ทางศิลปะ และวัฒนธรรมต่างๆ เช่น งานคาร์นิวัลส์ กิจกรรมทางสังคม งานสัมมนาปภิปราย และศิลปะทุกแขนง รวมถึงการจัดนิทรรศการที่มีตลอดทั้งปีด้วยค่ะ

ภายในหมู่บ้านวัฒนธรรมคาทาร่ามีมหรสพรูปครึ่งวงกลม (Amphitheater) ที่ผสมผสานความเป็นอิสลาม และโรงละครแบบกรีกคลาสสิค มีพื้นที่ 3,275 ตารางเมตร อัฒจันทร์มีที่นั่งจุได้ถึง 5,000 คน ใช้จัดงานอีเว้นท์ เช่นการชมภาพยนตร์กลางแจ้ง หรือแม้แต่จัดคอนเสิร์ตก็ทำมาแล้วว

ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกเยอะม๊ากก อย่างโรงละครโอเปร่า (Katara Opera House) ที่ตั้งของกาตาร์ ฟิลฮาโมนิค ออเครสตร้า (Qatar Philharmonic Orchestra) เสิร์ฟประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่หรูหราผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบตะวันออก และวิคตอเรียนตอนปลาย แถมยังสามารถจุได้ถึง 550 คนกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีหอคอยนกพิราบ (Pigeon Tower) ขนาดใหญ่ มัสยิดคาทาร่า (Katara Mosque) มัสยิดทองคำ (Golden Mosque) หอศิลป์ สิ่งอำนวยความสะดวกทางวิชาการต่างๆ ร้านอาหารนานาชาติ ร้านกาแฟ ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สถานประกอบการธุรกิจต่างๆ ท้องฟ้าจำลองสุดไฮเทค

ห้างสรรพสินค้าหรูหรา (Katara Plaza) แหล่งช็อปปิ้งสุดพิเศษสำหรับเด็ก (Children’s Mall) พื้นที่สีเขียว ไปจนถึงชายหาดสำหรับพักผ่อนหย่อนใจอย่าง ดิ อัล ยาซวา พับลิค บีช (The Al Yazwa Public Beach ) ด้วย พร้อมครบจบในที่เดียวจริงๆ ค่ะคุณผู้ชม!

 

เครดิตภาพจาก: Tamkeen_group.com, entrepreneur.com

 

เที่ยวทะเลทรายซาฟารี (Desert Safari)

ทะเลทรายซาฟารี ขึ้นอันดับทัวร์ฮิตติดดาวเบอร์แรงที่ต้องมาตำ ใครไม่ตำ แต่ส้มตำ แฮ่! ไม่ใช่แล้วว… หญิงปุ๊กเนี่ยแหละค่ะจะพาทุกคนไปตำกับกิจกรรมขับรถจี๊ปซาฟารีตะลุยเนินทรายในดูไบที่สุดจะน่าตื่นเต้น ถ้าไม่เน้นขับขี่เองก็มีพี่คนขับดีกรีไม่ไก่กา อาละเล่ มาขับให้นะจ๊ะ เค้าคัดสรรมาอย่างดีต้องมีใบอนุญาตขับขี่ และได้รับการฝึกในเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นมาแล้วด้วย ตัวรถก็มีการติดตั้งกรงม้วนเพื่อช่วยเซฟไม่ให้บาดเจ็บกรณีเกิดอุบัติเหตุ มีเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารทุกคน แถมผู้โดยสารทุกคนจะได้รับประกันอุบัติเหตุด้วย! เที่ยวปลอดภัย สบายใจ หายห่วงกันไปเลยจ้า ถ้าเดินทางมาแค่คนเดียวก็สามารถออกเดินทางกับทัวร์ได้ค่า ใจดีเอาใจคนโสดไปอี๊กก>,<

เริ่มต้นทริปด้วยการออกเดินทางขับรถจี๊ปซาฟารีข้ามทะเลทรายในการ์ต้า แวะถ่ายรูปวิวทะเลทรายระหว่างทาง งานนี้สวยไม่สวยไม่ได้อยู่ที่มุมมอง แต่อยู่ที่มุมกล้องนะจ๊ะ>,< มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางกันที่ฟาร์มอูฐ กระโดดขึ้นขี่อูฐชมวิวทะเลทราย พืชพันธ์ุ และแมลงแปลกๆ หรือถ่ายรูปกับนกเหยี่ยว อันซีนได้ใจสุดๆ ไปเล้ยย

อีกหนึ่งกิจกรรมถูกใจสายฮิปเตอร์สุดๆ คือการได้เล่นกระดานล่องบนผืนทรายสุดเอ็กซ์ตรีม (Sand Boarding) งานนี้ไม่พลาดเล่นเองเจ็บเอง นักเลงพอ>,< จากนั้นไปอัพสวยด้วยการเพ้นท์เฮนนาที่มือ และเท้ากันสักหน่อย ก่อนขับต่อ แวะไปชมพระอาทิตย์ตกทราย เอ๊ยยยตกดินน อิอิ แล้วค่อยจบวันแบบฟีลกู๊ดสุดๆ ด้วยอาหารเย็นอร้อยยยอร่อยอย่างบาร์บีคิว จิบกาแฟสไตล์อาราบิคหอมสดชื่นที่ซู๊ดดด แล้วทดลองสูบยาสุดฮิตของชาวอาหรับอย่างชิชา อัพเวลความสุขขึ้นอีกด้วยการดูโชว์ระบำหน้าท้องรอบกองไฟ ภายใต้บรรยากาศท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงดาว ยืนหนึ่งประสบการณ์ดี๊ดีในทะเลทรายจ้า

 

เที่ยวเขตโบราณสถานอัล ซูบาเราะห์ (Al Zubarah Archaeological Site)

เขตโบราณสถานอัล ซูบาเราะห์ (Al Zubarah Archaeological Site) เมืองร้างชายฝั่งทะเลในอ่าวเปอร์เซีย ครั้งหนึ่งเคยถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในอ่าวที่มีความสำคัญในการดำน้ำหามุก และเป็นศูนย์กลางค้าขายที่เชื่อมต่อไปยังคาบมหาสมุทธอินเดีย อาราเบีย และ เอเชียตะวันตกเลยทีเดียว อดีตเคยรุ่งเรืองอย่างมาก ก่อนจะถูกทำลายในปี 2354 แล้วถูกทอดทิ้งในช่วงปี 2443 ก่อนจะถูกค้นพบต่อมาโดยพ่อค้าชาวคูเวตนั่นเองจ้าา ที่ตั้งของเค้าจะอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของกาตาร์ จัดเป็นโบราณสถานที่ใหญ่ที่สุดในกาตาร์เล้ยย

ภายในประกอบด้วยป้อมอัล ซูบาเราะห์ (Al Zubarah Fort) ที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ป้อมนี้ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ และล้อมรอบไปด้วยงานทางโบราณคดีขนาดกว่า 375 ไร่! โบราณสถานอัล ซูบาเราะห์ถูกจัดให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ที่แรกของกาตาร์เลยทีเดียว โดยถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างการตั้งถิ่นฐานในยุคศตวรรษที่ 18 ถึง 19 ที่มีความกว้างขวางมากที่สุด ที่ยังได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยมที่สุดในภูมิภาคด้วยล่ะจ้าา มงลงค่ามงลง

ความเลิศอีกอย่างหนึ่งของเขตโบราณนี้คือ จะมีชั้นทรายที่ปลิวมาจากทะเลทรายทำหน้าที่คอยปกป้องพื้นที่บริเวณซากพระราชวัง มัสยิด ถนน ลานบ้าน กระท่อมชาวประมง ท่าเรือ คลอง ไปจนถึงสุสานเลยล่ะ สำหรับการขุดค้นก็มีบ้าง แต่เป็นเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้นเพื่อช่วยให้เกิดหลักฐานที่เด่นชัดมากขึ้น ส่งผลดีต่อการค้าขายในเมือง และประเพณีการดำน้ำหามุกซึ่งช่วยเมืองชายฝั่งที่สำคัญของภูมิภาคนี้มีความยั่งยืนต่อไปนั่นเอง

เครดิตภาพจาก: edition.cnn.com

 

เที่ยวมัสยิดมุฮัมมัด บินอับดิลวะฮาบ (Imam Muhammad Ibn Abd Al Wahhab Mosque)

มัสยิดมุฮัมมัด บินอับดิลวะฮาบ เป็นมัสยิดแห่งชาติกาตาร์ และจัดเป็นมัสยิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกาตาร์ ได้รับการตั้งชื่อตามมุฮัมมัด บินอับดิลวะฮาบ นักเทศน์ และนักวิชาการมุสลิมนิกายสุหนี่ (Sunni Muslim) จากริยาจ (Riyaj) มัสยิดเปิดในปี ค.ศ. 2011 โดยมีเชคฮะมัด บิน เคาะลีฟะฮ์ อัษษานี ประมุขแห่งกาตาร์ในตอนนั้นเป็นประธานในการจัดงาน

มัสยิดนี้ครอบคลุมพื้นที่ราวๆ 175,164 ตารางเมตร สร้างขึ้นแบบสถาปัตยกรรมสไตล์อาหรับแบบดั้งเดิมด้วยคุณสมบัติที่ทันสมัย ดูภายนอกไม่สูงมาก เรียบง่ายดูน่าเกรงขามสุดๆ เวลากลางคืนมัสยิดจะสว่างไสวไปด้วยไฟที่ช่วยทำให้ดูโดดเด่นยืนหนึ่ง ด้านหน้าของมัสยิดสร้างขึ้นจากหินทรายโดยอนุรักษ์ลักษณะดั้งเดิมที่เป็นมรดกยาวนานของกาตาร์เอาไว้ด้วย

 

มัสยิดมีทั้งหมด 3ชั้น ได้แก่ ชั้นใต้ดิน ประกอบด้วยห้องน้ำ พื้นที่อาบน้ำละหมาดหรือ วุฏูอ์ (Wudhu) สำหรับผู้ชาย ส่วนชั้นล่าง จะมีโถงสวดมนต์สำหรับผู้ชาย โถงสวดมนต์กสำหรับผู้หญิง พื้นที่อาบน้ำละหมาดสำหรับผู้หญิง รวมถึงพื้นที่อเนกประสงค์พิเศษสำหรับผู้หญิง และสุดท้ายคือชั้นลอย มีโถงสวดมนต์สำหรับผู้หญิง ห้องสมุด และห้องพิเศษ 2 ห้อง สำหรับชาย 1 ห้องและหญิง 1 ห้อง ไว้สำหรับท่องจำคัมภีร์กุรอานนั่นเอง

ภายในสามารถจุผู้ชายประมาณ 11,000 คนที่มาสวดมนต์ในห้องโถงกลางของมัสยิดได้ และห้องพิเศษที่อยู่ติดกันก็มีพื้นที่มากพอสำหรับจุผู้หญิงถึง 1,200 คนด้วย ส่วนทางเข้ามีทั้งหมด 20 ทาง ประตูหลัก 3 ประตู ทางเข้าสู่มัสยิดทั้งหมด 17 ด้าน  มีโดมขนาดใหญ่จำนวน 28 โดม ที่คลุมโถงกลางเอาไว้ และอีก 65 โดมที่คลุมพื้นที่สี่เหลี่ยมด้านนอก เมื่อรวมพื้นที่ด้านนอกด้วยแล้วมัสยิดนี้จะสามารถจุผู้คนที่มาชุมนุมได้มากถึง 30,000 คนเลยทีเดียว

 

เที่ยวตลาดนกเหยี่ยวฟอลคอน ซุค (The Falcon Souq)

กาตาร์ คือประเทศที่เคารพนับถือ และรักเหยี่ยวเป็นชีวิตจิตใจ อดีตนกเหยี่ยวมักมีเพื่อการล่า โดยเป็นมาหลายพันปีล๊าวว และประเพณีแบบนั้นก็ยังเป็นที่นิยมอยู่มาก ตลาดนกเหยี่ยวฟอลคอน ซุค (The Falcon Souq) ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของซุควากิฟ เราสามารถขอเข้าไปชมนกเหยี่ยวที่มีราคาแสนแพงได้ สามารถถ่ายรูปกับนกเหยี่ยวอัพเฟซ หรือแม้แต่ให้มันเกาะไว้ที่ตัว โดยมีเจ้าของร้านอยู่ด้วย แชะๆๆ เท่ห์ได้อี๊กกก นอกจากนี้ยังมีการเปิดประมูลนกเหยี่ยวสาธารณะโดยคนที่เข้าร่วมส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย สนนราคานกเหยี่ยวจะเริ่มต้นแถวๆ 3,000 เหรียญสหรัฐเอ๊งงง!! ขอแอบไปนับเงินในกระเป๋าแป๊บบ

กีฬาหัดเหยี่ยว (Falconry) เป็นงานอดิเรกที่นิยมม๊ากก ก ไก่ล้านตัว ของชายชาวกาตาร์ ไม่แปลกใจเลยที่เจอพื้นที่หลายมุมของที่ซุควากิฟนี้จะมีนกเหยี่ยวให้เห็นเต็มไปหมด เจ้าของร้านจะยินดีมากๆ ที่จะพาเราไปดูโชว์รูมนกเหยี่ยว ซึ่งเกาะเรียงรายอยู่บนบาคอนนี่ ทุกอย่างเกี่ยวกับนกเหยี่ยวสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าพิเศษเหล่านี้ กระทั่งมีโรงพยาบาลนกเหยี่ยวภายในซุควากิฟกันเล้ยยย!! นกเหยี่ยวตัวท๊อปๆ มักจะมีพาสพอร์ตของตัวเองเพื่อให้มั่นใจว่าพวกมันมีที่มาจากกาตาร์นั่นเอง หรือทำให้รู้ได้ว่ามันถูกขโมยไปจากเจ้าของหรือเปล่า และไม่ต้องแปลกใจถ้าขึ้นเครื่องบินสายการบินตะวันออกกลางที่มาจากโดฮา หรือกำลังจะไปโดฮา แล้วพบว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ข้างๆ นกเหยี่ยวนะจ๊ะ ตั้ลล้ากกกอันซีนแบบนี้ รีบวาร์ปมาด่วนเลย

lek

lek

LEAVE A COMMENT