ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในฝัน

เมืองท่องเที่ยวในเส้นทางรถไฟหรู สายทรานส์มองโกเลีย

ใครสายสโลว์ไลฟ์ ชอบเที่ยวแบบชิลๆ แต่ยังต้องการความหรูหรา สะดวกสบายตลอดการเดินทาง หญิงปุ๊กแนะนำนั่งรถไฟท่องเที่ยวในเส้นทางรถไฟหรู สายทรานส์มองโกเลียเลยค่าา ทุกคนจะได้สัมผัสและเพลิดเพลินไปกับวิวสองข้างทางแบบเต็มอิ่ม! พร้อมท่องเที่ยวไปยังเมืองงดงามต่างๆ จะมีที่ไหนกันบ้าง มาดูกันเล้ยยย ^^

เที่ยวเมืองคาซาน (Kazan)

คาซาน แค่ชื่อก็รู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่เลยจ้ะพี่จ๋าา นี่คือเมืองหลวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐตาตาร์สถาน (The Republic of Tatarstan) 1 ใน 7 เขตสหพันธ์ที่ปกครองตนเองของประเทศรัสเซีย ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำโวลก้า (Volga) และแม่น้ำคาซานก้า (Kazanka River) ซึ่งเป็นจุดพักขนถ่ายสินค้าของเส้นทางการค้าระหว่างแถบสแกนดิเนเวียและกรุงแบกแดด ปัจจุบันเมืองคาซานกลายเป็นศูนย์กลางทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ รวมไปถึงเป็นหนึ่งในศูนย์อุตสาหกรรมและการเงินที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียอีกด้วยจ้า

ส่วนเรื่องบรรยากาศบ้านเมืองคือดีงามมม เป็นเมืองที่เงียบสงบแต่ก็ซ่อนความสนุกสนานเอาไว้ มีอาคารสถาปัตยกรรมสวยๆ มากมาย หญิงปุ๊กชอบการอยู่ร่วมกันของศาสนาคริสต์กับอิสลามของที่นี่ค่ะ เพราะมีการผสมผสานของสถาปัตยกรรมทั้งสองศาสนาได้อย่างลงตัว วิวทิวทัศน์แหล่มมากก อากาศเย็นสบาย เดินเล่นชมเมืองได้แบบสบายๆ ทำให้ได้เป็น 1 ใน Host Cities ของ FIFA World!!

สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดในเมืองก็คือ เครมลินแห่งคาซาน (Kazan Kremlin) หลายๆ คนคงเคยได้ยินในชื่อของพระราชวัง แต่จริงๆ แล้วที่นี่คือป้อมปราการค่ะ ถูกยกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยยูเนสโกในปี ค.ศ. 2000 ถือว่าเป็นป้อมปราการของตาตาร์ (Tatar) เพียงแห่งเดียวที่เหลืออยู่ในรัสเซีย โดยเมื่อก่อนคาซานนั้นปกครองแบบจักรวรรดิข่าน ต่อมาถูกปกครองโดยพระเจ้าอีวานที่ 4 หรือ อีวานจอมโหด (Ivan the Terrible) คาซานก็ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย มีการเผาเมืองเพื่อทำลายวัฒนธรรมแบบข่านทิ้งไป และรับสั่งให้มีการสร้างโบสถ์คริสต์ออร์ธอด็อกซ์ รวมทั้งวิหารต่างๆ ตามมาอีกมากมาย ทั้งโบสถ์ มัสยิด พระราชวัง ที่ทำการของรัฐบาล ต่อมาหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต คาซานได้วัฒนธรรมตาตาร์กลับคืนมา ปัจจุบันกลายเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์และน่าสนใจเมืองหนึ่งของรัสเซียเลยล่ะค่า

ถนนอาร์บัต (Arbat Street) ถนนคนเดินที่มีความยาวกว่า 1.8 กิโลเมตร ถือเป็นถนนคนเดินที่ยาวและเก่าแก่ที่สุดในมอสโกก็ว่าได้ค่า มาเดินเล่นทีเหมือนได้เดินออกกำลังกายไปในตัว >,< เมื่อก่อนถนนเส้นนี้ถูกใช้เป็นฐานที่อยู่อาศัยของตำรวจลับ ต่อมาในยุคที่รัสเซียเป็นสหภาพโซเวียตก็ได้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของสมาชิกระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ จนในปี ค.ศ.1985 ที่นี่ถูกแปลงให้เป็นถนนช้อปปิ้งขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก ของฝากเลิศๆ คาเฟ่ และร้านอาหารที่มีทั้งอาหารประจำชาติและอาหารยุโรป คึกคักท่ามกลางเสียงดนตรีสดและบรรยากาศสวยงามของสถาปัตยกรรม เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งคนรัสเซียและชาวต่างชาติ งานดีทั้งน้านนน งานนี้เพลินหูเพลินตาสุดๆ ไปเลยจ้า คิคิ

 

เมืองเยคาเตรินเบิร์ก (Yekaterinburg)

เยคาเตรินเบิร์ก อยู่ในเขตเทือกเขาอูราล เขตสเวอรลอฟ (Sverdlovsk Oblast) ซึ่งเป็นจุดแบ่งเขตระหว่างทวีปคือยุโรปและเอเชีย จึงเรียกกันว่า เมืองแห่งสองทวีปนั่นเอง *0* มาที่เดียวได้เที่ยวสองทวีป คุ้มใช่ม้าา 555 มีสถานีรถไฟสำคัญในเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย (Trans-Siberia Railway) ให้ทุกคนได้เที่ยวกันแบบจุใจ ที่นี่เป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของรัสเซีย ภายในเมืองเต็มไปด้วย ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ โรงละคร มีอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงบุคคลต่างๆ และสิ่งของมากมาย เป็นเมืองที่งดงามมากๆ เมืองหนึ่ง หญิงปุ๊กว่ายังไงทุกคนก็อดใจไม่ไหว ต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปกันอย่างแน่นอนเลยค่า

และยังเป็นสถานที่สุดท้ายที่ของราชวงศ์โรมานอฟ ได้แก่ ซาร์นิโคลัสที่ 2 (ซาร์องค์สุดท้าย) และครอบครัว ได้มีชีวิตอยู่ก่อนถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมโดยกลุ่มปฏิวัติ พระศพถูกเก็บไว้อย่างลึกลับกว่า 70 ปี ต่อมามีการขุดขึ้นมาทำพิธี และสร้างโบสถ์ขึ้น ชื่อว่า Ipatiev House หรือโบสถ์แห่งหยดเลือด ตามคำสั่งของประธานาธิบดี บอริส เยลซิน (Boris Yeltsin) ลักษณะภายนอกของโบสถ์นั้นจําลองมาจากมหาวิหารเซ็นต์บาซิลในมอสโก พอเข้ามาจะรู้สึกขนลุกแบบแปลกๆ ทั้งความขลังและเหตุการณ์ต่างๆ เข้ามาในหัว เราสามารถชมจุดสังหารซาร์นิโคลัสและราชวงศ์โรมานอฟได้ รวมถึงสถานที่ฝังพระศพด้วยค่ะ

เครดิตรูปภาพจาก https://bit.ly/2uFvgcZ

 

เที่ยวเมืองโนโวซิบิสค์ (Novosibirsk)

โนโวซิบิสค์ เมืองหลวงของแคว้นไซบีเรีย อยู่ทางตอนใต้ของรัสเซียค่า มีประชากรมากอันดับ 3 ของประเทศ เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่ได้รับการขนานนามว่า “ชิคาโก้แห่งไซบีเรีย” (Chicago of Siberia) เพราะเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญ ทั้งด้านโลจิสติกส์ เทคโนโลยี นวัตกรรมการแพทย์ และเทคโนโลยีชีวภาพ มีมหาวิทยาลัยชั้นนำและศูนย์วิจัยด้านวิทยาศาสตร์ ชีวเภสัชภัณฑ์ การแพทย์ เทคโนโลยี ที่มีชื่อเสียงมากกว่า 40 แห่ง! หูยยยยย รังสีความฉลาดกระจัดกระจายทั่วเมืองเลยจ้าาา 5555 ปรบมือรัวๆๆ !!! ถือเป็นเมืองใหม่ อายุร้อยกว่าปี ตึกรามบ้านช่องจะเก๋ๆ ชิคๆ สมกับฉายา มีความคลาสสิคและความเป็นยุโรปหน่อยๆ

ไฮไลท์เด็ดของที่นี่ก็คือ สถานีรถไฟโนโวซีเบิรสค์ (Novosibirsk Station) สถานีรถไฟใหญ่ที่สุดของเส้นทางรถไฟทรานส์ไซบีเรียค่ะ เป็นชุมทางรถไฟในตอนกลางของประเทศรัสเซีย สำหรับแวะพักบนเส้นทางเดินรถไฟ ใครจะไปไหนก็ต้องผ่านหรือมาเปลี่ยนขบวนที่นี่ค่า

ต่อมาคือ จัตุรัสเลนิน (Lenin Square) ตั้งอยู่โดดเด่นใจกลางเมือง บรรยากาศรอบๆ เหมือนได้ย้อนยุคไปในหนังสมัยก่อน >,< มีรูปปั้นเลนิน ผู้ที่นําการเปลี่ยนแปลงจากระบอบการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังจัตุรัส รอบๆ มีสหายโซเวียตและลานไอซ์สเก็ตด้วยนะ

ด้านหลังมีโรงละครใหญ่เบิ้มอยู่ นั่นก็คือ โรงละครบอลชอย (Bolshoi Theatre) เป็นโรงละครบัลเล่ต์และโอเปร่าที่มีชื่อเสียงระดับโลก!! ได้รับการขนานนามไว้ว่าเป็น “โคลอสเซียมแห่งไซบีเรีย”

พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟ (Novosibirsk’s Excellent Railway Museum) ที่จัดแสดงรถไฟรุ่นเก่าๆ และตู้โดยสารรถไฟตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งตู้รถไฟโดยสาร ตู้เสบียง ตู้พยาบาล และตู้คุมขังนักโทษที่ในอดีตจะมีการลำเลียงนักโทษรัสเซียมากักขัง เป็นต้น แต่ละจุดจะมีคำอธิบายประวัติครบถ้วน จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ทางรถไฟเป็นที่ยอดเยี่ยม มาดูได้ทั้งครอบครัว ได้ความรู้ไปเต็มๆ เลยค่า

เครดิตรูปภาพจาก https://th.tripadvisor.com/

 

เที่ยวเมืองเอียร์คุตก์ (Irkutsk)

เมืองเอียร์คุตก์ เมืองหลวงแห่งศิลปะของเขตไซบีเรีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบไบคาลค่ะ เป็นศูนย์กลางการบริหารและการค้าขนาดใหญ่ ตัวเมืองเต็มไปด้วยโบสถ์ อนุสาวรีย์ และอาคารบ้านเรือนที่ยังคงความคลาสสิกแบบไซบีเรียนแท้ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นตึกเก่าสไตล์ยุโรปที่ผสมไม้แกะสลักลวดลายต่างๆ ตั้งแต่ผนังจนไปจนถึงขอบประตู จนได้รับฉายาว่า “ปารีสแห่งไซบีเรีย” *0* แถมได้ข่าวว่าที่นี่คนสวยๆ เยอะมากก ใครมีแฟนรีบเกาะแขนไว้แน่นๆ เลยนะคะ 5555

อาหารของที่นี่จะมีรสเครื่องเทศจัดจ้านมากก เป็นรสชาติสไตล์มองโกเลีย อาหารขึ้นชื่อก็คือคาเวียร์ (Kaviar) เนื่องจากปลาแซลมอนนับเป็นปลาเศรษฐกิจของรัสเซียอีกชนิดหนึ่ง หรือแม้แต่ปลาสเตอร์เจียนที่นำมารีดทำไข่ปลาคาเวียร์ประเทศรัสเซียก็สามารถเลี้ยงได้นะจ๊ะ การเดินทางในเมืองก็มีทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า รถราง และเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียที่เชื่อมต่อมาถึงเมืองนี้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1898 เดินทางง่ายรับรองไม่มีหลง ถ้าจะหลงก็คือหลงเสน่ห์คนหล่อของเมืองเอียร์คุตก์นี่แหละค่าา

แนะนำให้ไปชมที่ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ Decembrists House Museum เป็นบ้านไม้คลาสสิคของครอบครัว Sergei Trubetskoy และ Sergey Volkonsky เปิดให้เข้าชมในปี ค.ศ. 1970 ภายในบ้านมีสิ่งของต่างๆ อยู่ครบ ทั้งอาหารบนโต๊ะ เตา แสงไฟจากเทียน เสียงเพลงจากเครื่องเสียง เหมือนกับว่ายังมีคนอาศัยอยู่จริงๆ เลยค่ะ

https://bit.ly/2wyI1Y6

 

เที่ยวทะเลสาบไบคาล (Lake Baikal)

ทะเลสาบไบคาล ที่ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่เก่าแก่และลึกที่สุดในโลก!! โดยมีความลึกกว่า 1,640 เมตร หรือเท่ากับตึกประมาณ 547 ชั้น! มีพื้นที่ 31,722 ตารางกิโลเมตร ความยาวถึง 600 กิโลเมตร อู้หูววววววว กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาจริงๆ จ้า อายุก็เอ๊าะๆ แค่ 25 ล้านปีเอ๊งงง >,< ในช่วงหน้าร้อนที่นี่ก็เป็นเหมือนทะเลสาบทั่วไป นักท่องเที่ยวจะมานั่งตกปลา ล่องเรือชิลๆกัน ที่นี่เป็นจุดยอดนิยมที่ผู้คนมาดูเนียร์ปา (Nerpa) แมวน้ำสายพันธุ์น้ำจืดที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก!! โดยเหล่าแมวน้ำจะขึ้นมานอนอาบแดดบนก้อนน้ำแข็งในช่วงปลายฤดูหนาว เราสามารถนั่งเรือไปทางตอนเหนือของทะเลสาบเพื่อไปสบตาเจ้าอ้วนตัวกลมพวกนี้ได้แบบชัดๆ เลยค่า

แต่พอช่วงฤดูหนาว คือเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม ผู้คนก็จะไปเดินบนทะเลสาบ ตั้งแคมป์ และขับรถเล่น! หุหุ อ่านไม่ผิดหรอกจ้า เดินเล่นกันบนทะเลสาบจริงจริ๊งงงง เพราะบนผิวน้ำจะกลายเป็นน้ำแข็ง ที่ทั้งแข็งแรงและสวยงาม เราจะได้เห็นปรากฏการณ์น้ำแข็งงอก น้ำแข็งย้อย และประติมากรรมทางธรรมชาติอีกมากมาย จนได้ลงทะเบียนให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย

 

เที่ยวเมืองอูลาน-อูเด (Ulan-Ude)

อูลาน-อูเด เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของสาธารณรัฐบูเรียตียา (Republic of Buryatia) ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำอูด้า (Uda River) อยู่ห่างจากทะเลสาบไบคาลมาประมาณ 100 กิโลเมตรค่ะ ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวบนเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียที่สำคัญ มีผู้อยู่อาศัยประมาณ 360,000 คน เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยความสุขและเสียงเพลง มีทั้งพิพิธภัณฑ์ โรงละคร และตึกสีสันสดใส ใครที่ชื่นชอบงานศิลปะต้องหลงรักเมืองนี้อย่างแน่นอนค่า

พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์อูลาน อูเด (Ulan-Ude Ethnographic Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย มีการจัดแสดงเกี่ยวกับวัฒนธรรมของชาวพื้นเมือง ทั้งการค้าขายและที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า เครื่องมือและเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันต่างๆ ที่เราไม่เคยเห็นก่อนมากมายเลยค่ะ

อีกสถานที่ที่ห้ามพลาดก็คือ หมู่บ้านชาวบีเล็ฟเวอร์เก่า (Old Believers Village) หมู่บ้านของชาวรัสเซียที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายย่อยของรัสเซียนออร์โธด๊อกซ์ ที่แยกตัวออกมาตั้งถิ่นฐานในศตวรรษที่ 17 ปัจจุบันภายในหมู่บ้านแห่งนี้ก็ยังคงรักษาวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณีดั้งเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

 

เที่ยวเมืองอูลาน บาตอร์ (Ulaan Baatar)

อูลาน บาตอร์ เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของมองโกเลีย มีความหมายว่า วีรบุรุษสีแดง ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ ดัมดิน ซุคบาตาร์ (Damdin Sukhbaatar) ผู้นำการปฏิวัติการปกครองและการประกาศอิสรภาพของมองโกเลียค่ะ ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของการคมนาคม ทั้งเครื่องบิน รถโดยสาร และเส้นทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย (Trans-Siberian Railway) ซึ่งเป็นการเดินทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด!

ที่นี่เป็นเหมือนสวรรค์ของคนชอบกินเนื้อแกะ อาหารยอดฮิตก็คือข้าวราดสตูว์เนื้อแกะ และเนื้อแกะย่างเสียบไม้ จะอร่อยแค่ไหนต้องมาลองซะแล้ววว ผู้คนส่วนใหญ่จะมีอาชีพเลี้ยงสัตว์ จึงใช้บ้านชั่วคราวหรือที่เรียกกันว่า เกอร์ (Ger) เป็นที่พักอาศัยสร้างจากไม้ และหุ้มด้วยหนังสัตว์ เคลื่อนย้ายสะดวก ข้างในจะมีสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นอย่างที่นอน ผ้าห่ม เตาผิง ห้องน้ำนี่บรรยากาศฟินสุดๆ เปิดโล่งให้ชมวิวระดับห้าดาว เข้าห้องน้ำไป ชมวิวภูเขา ต้นไม้ และสัตว์ที่เดินผ่านไปผ่านมาอย่างเพลิดเพลินกันเลยทีเดียวค่า >,<

สถานที่ท่องเที่ยวเขาก็ไม่ธรรมดานะจ๊า หญิงปุ๊กขอแนะนำ อารามกันดาน (Gandan Monastery) หนึ่งในวัดทางพุทธศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดของมองโกเลีย เป็นศูนย์รวมจิตใจที่สำคัญ ที่นี่มีกิจกรรมทางศาสนาต่างๆ คล้ายกับวัดของไทยเลยค่ะ รอบๆ วัดมีพระพุทธรูปจำนวนกว่าพันองค์ให้ได้ชม ภายในวิหารใหญ่ยังมีพระพุทธรูปพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ที่สูงถึง 26.5 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นพระพุทธรูปยืนในร่มที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย

จัตุรัสเจงกิสข่าน (Chinggis Square, Mongolia) มีรูปปั้นของดัมดิน ซัคบาตอร์ (Damdin Sukhbaatar) ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง ข้างๆ กัน มีรูปปั้นของเจงกิสข่านตั้งอยู่ด้วย บริเวณนี้ใช้เป็นสถานที่จัดพาเหรดต่างๆ แสดงนิทรรศการและผลงานต่างๆ มากมาย และยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง ทั้งอาคารรัฐสภา พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ เป็นต้นค่ะ

อนุสาวรีย์เจงกิสข่าน (Genghis Khan Statue Complex) อนุสาวรีย์ที่ใหญ่ที่สุดของท่านเจงกิสข่าน มีความสูงประมาณ 40 เมตร น้ำหนักกว่า 250 ตัน สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงความยิ่งใหญ่ ในอดีตของชนชาติมองโกล ใต้ฐานของอนุสาวรีย์เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ และมีลิฟต์มาถึงบริเวณด้านบนหัวของม้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวสุดอลังการ ใครอยากได้รูปสวยๆ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนจ้า

 

เที่ยวเทศกาลนาดัม (Naadam festival)

และแล้วก็มาถึงปลายสถานีกันแล้วจ้าา ห้ามพลาดเทศกาลนาดัม (Naadam festival) เป็นเทศกาลประจำปีที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของประเทศ!! จัดขึ้นมาเกือบร้อยปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1921 เพื่อเฉลิมฉลองอิสรภาพของมองโกเลีย และเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างชนเผ่าต่างๆ ด้วยค่ะ โดยจะจัดขึ้นในช่วงฤดูร้อน ระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคมของทุกปี ทุกคนจะใส่ชุดพื้นเมืองมาร่วมงาน และยังถูกยกให้เป็นมรดกโลกในด้านวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโกอีกด้วยยย บริเวณรอบๆ สนามร้านขายของและอาหารพื้นเมืองมากมาย รวมถึงกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ทั้งปาลูกดอก โยนลูกบาสชิงรางวัล รู้สึกครึกครื้นเหมือนกับงานกาชาดบ้านเราเลยนะคะเนี่ย >,< พอเข้ามาในงาน ขอบอกว่าตื่นตาตื่นใจกันตั้งแต่พิธีเปิดงานกันเลยทีเดียวค่า ทั้งการแสดงและขบวนพาเหรดที่ขนกันมาแบบจัดเต็มถือเป็นอีกไฮไลท์ที่ทุกคนอยากมาเห็นกับตา

ต่อด้วยการชมการแข่งขันกีฬาแบบดั้งเดิม ที่ว่ากันว่าชายชาวมองโกลทุกคนจะต้องมีทักษะเหล่านี้ติดตัว ไม่ว่าจะเป็นยิงธนู โดยผู้เข้าแข่งขันทุกคนยืนเรียงแถวหน้ากระดาน ผู้ชายจะยิงธนูในระยะ 75 เมตร ส่วนผู้หญิงแต่งตัวด้วยชุดชนเผ่าที่สวยงาม จะยิงธนูในระยะ 65 เมตร หลายคนเป็นผู้สูงอายุ แต่ยังคงความสง่างามและแข็งแรง สามารถยิงได้แม่นสุดๆ

ขี่ม้า โดยในแต่ละปีมีเด็กๆ อายุประมาณ 5 -13 ปี เข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 900 คน ซึ่งเด็กๆ ชาวมองโกเลียจะได้เรียนรู้วิธีการขี่ม้าอย่างเชี่ยวชาญ ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ว่ากันว่าคนที่นี่ขี่ม้าเป็นก่อนจะเดินได้อีกนะคะ 555

สุดท้ายคือมวยปล้ำที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีเอกลักษณ์โดดเด่นตรงชุดของผู้แข่งขันเป็นชุดชนเผ่าพื้นเมือง และไม่จำกัดเวลาในการแข่ง รวมถึงน้ำหนักและอายุ งานนี้ใครเจ๋ง ก็มาดิคร้าบบบบ!

jaoh

jaoh

LEAVE A COMMENT